หลังคาสีน้ำเงินเข้มเรียงด้วยขีดเล็ก ๆ ส่วนภูเขาด้านหลังกลับมีเส้นยาวไหลไปตามสันเขา ในภาพของ Yukai Du เรารู้ว่าอะไรแข็ง อะไรอ่อน และสายตาควรเดินไปทางไหน ก่อนจะทันมองรายละเอียดของอาคารเสียอีก จุดกับเส้นที่เธอใส่ลงไปจึงทำงานมากกว่าการเติมพื้นที่ว่างให้เต็ม

Yukai เป็นนักวาดภาพประกอบและผู้กำกับแอนิเมชันจากกว่างโจว ปัจจุบันทำงานอยู่ลอนดอน ภาษาภาพของเธอมีสีชัด รูปทรงใหญ่ และรายละเอียดเล็กที่วางซ้อนกัน เราอาจจำสีได้ก่อน แต่พอมองนานขึ้น จะเริ่มเห็นว่าแต่ละบริเวณมีจังหวะของตัวเอง บางส่วนแน่น บางส่วนโล่ง ไม่มีความจำเป็นต้องระบายทุกอย่างให้เหมือนกัน
เส้นแบบเดียวกัน ทำหน้าที่คนละอย่าง
ลองดูภาพอาคารริมเขาอีกที เส้นบนหลังคาสั้นและถี่จนรู้สึกถึงกระเบื้อง ขณะที่แนวเขาใช้เส้นโค้งต่อเนื่อง พื้นที่สีส้มด้านล่างมีรอยเล็กแตกออกเป็นหย่อม ๆ ส่วนแถบสีขาวพาดผ่านฉากเหมือนหมอก รายละเอียดเหล่านี้ช่วยแยกพื้นผิว โดยไม่ต้องพึ่งแสงเงาสมจริงทั้งหมด
พอดูจากระยะไกล ภาพยังอ่านเป็นก้อนสีใหญ่ได้อยู่ นี่คือส่วนที่เราชอบ ลายไม่ได้แย่งกันพูดจนมองไม่ออกว่ากำลังดูอะไร ถ้าตัดเส้นเล็กออก โครงภาพก็คงยังอยู่ แต่ความรู้สึกของหลังคา ภูเขา และอากาศระหว่างอาคารน่าจะเปลี่ยนไปมาก

อีกภาพหนึ่งมีคนกระจายอยู่ตามเนินสีเขียว บางคนใช้กล้องดูดาว บางคนถืออุปกรณ์วาดภาพ คนด้านหน้าตัวใหญ่กว่าเพื่อนมาก และหันหลังให้เรา เส้นประสีอ่อนบนเสื้อช่วยดึงตัวละครออกจากพืชด้านข้าง ซึ่งเต็มไปด้วยจุด ใบไม้ และแถบสีที่เบียดกันอยู่
ระยะในภาพนี้ไม่ได้เกิดจากการวาดทุกคนให้ถูกสัดส่วนเท่านั้น ทางลาดที่คดไปมาและต้นไม้ที่ค่อย ๆ เล็กลงก็พาเราเข้าไปในภาพด้วย พอมีคนทำกิจกรรมต่างกันกระจายอยู่ เราจึงไม่ต้องหาจุดสำคัญเพียงจุดเดียว มองตรงไหนก็มีอะไรให้หยุดอยู่สักพัก
ลายมือที่ไม่ได้เจอในครั้งแรก
ในบทสัมภาษณ์กับ WePresent Yukai เล่าว่าเธอเริ่มจากการเรียนแอนิเมชัน ก่อนค่อย ๆ หันมาสร้างภาพของตัวเอง ช่วงทำหนังจบ Way Out เธอลองภาพกำหนดสไตล์อยู่นานหลายเดือน ทั้งเส้น สี และแปรง แต่ยังไม่รู้สึกว่าใช่ จนการทดลองจุดกับลายในงานให้ Nobrow เปิดทางให้เธอนำวิธีนั้นกลับมาใช้กับหนัง

เรื่องนี้ช่วยให้มองภาพท้องฟ้าวงกลมของเธอสนุกขึ้น ตรงกลางเป็นวงสีชมพู รอบนอกเต็มไปด้วยสีน้ำเงิน เส้นสั้น และรูปทรงเล็ก ๆ ที่หมุนตามแนววง ส่วนคนกับสุนัขยืนอยู่ด้านล่างเล็กนิดเดียว เราไม่ได้เห็นเพียงท้องฟ้าที่กว้าง แต่เห็นความต่างระหว่างพื้นที่ที่คนยืนได้กับพื้นที่ที่สายตามองออกไป
ลายเส้นยังคงเป็นส่วนประกอบเดิม ทว่าเมื่อเปลี่ยนทิศ มันก็ทำให้ทั้งภาพดูหมุนได้โดยไม่ต้องขยับจริง ในภาพอาคาร เส้นช่วยบอกวัสดุ ในภาพเนินเขา เส้นช่วยแยกคนออกจากฉาก ส่วนภาพนี้ เส้นพาสายตาวนกลับเข้าไปตรงกลาง นี่เป็นข้อสังเกตจากภาพ มากกว่าคำอธิบายเจตนาที่เธอระบุไว้

สำหรับคนทำภาพดิจิทัล การมีเครื่องมือให้เลือกเยอะอาจทำให้เราอยากเปลี่ยนแปรงทุกครั้งที่งานเริ่มตัน แต่งานของ Yukai ทำให้เห็นอีกทางหนึ่ง คือใช้ส่วนประกอบที่คุ้นมือแล้วลองจัดความสัมพันธ์ใหม่ เปลี่ยนขนาด เว้นช่องว่าง หรือให้สีสองสีมาอยู่ข้างกัน ความต่างอาจเกิดขึ้นก่อนจะเพิ่มเครื่องมือชิ้นใหม่ด้วยซ้ำ
ถ้าอ่านเรื่องTania Yakunova กับภาพประกอบที่เก็บความคิดถึงบ้าน ควบคู่กัน จะเห็นนักวาดสองคนใช้รูปทรงและสีพาคนดูเข้าไปหาเรื่องที่เล่า โดยเลือกน้ำหนักของภาพต่างกัน สำหรับ Yukai สิ่งที่เราอยากมองต่อคือรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้จะเปลี่ยนหน้าที่ได้อีกแค่ไหน เมื่อไปอยู่ในฉากถัดไป

บางทีลายมือของคนวาดก็อยู่ตรงการตัดสินใจว่า เส้นนี้ควรถี่อีกหน่อย หรือปล่อยให้ตรงนี้ว่างไว้ก็พอ
ผลงานและช่องทางของศิลปิน: Yukai Du
อ้างอิง: ข้อมูลศิลปิน และบทสัมภาษณ์ WePresent ภาพที่กล่าวถึงเลือกจากหน้าแฟ้มผลงานของศิลปิน โดยไม่ได้ตั้งชื่อผลงานขึ้นใหม่
Photo credit: Yukai Du · ภาพจากเว็บไซต์ศิลปิน
ภาพเล็ก ๆ ที่วางไว้ใกล้ตัว

โปสการ์ด Floral Childlike Art เป็นอีกพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับคนที่ชอบให้สีและภาพวาดเข้ามาอยู่ในของที่หยิบจับได้
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


