จังหวะหนึ่งดังขึ้น รูปทรงก็เริ่มขยายตัว ใน Spike ของ Yoshi Sodeoka ภาพไม่ได้รอให้เพลงจบประโยคแล้วค่อยเปลี่ยนฉาก มันค่อย ๆ แตกแขนงจากข้อมูลภาพและเสียงชุดเล็ก ๆ จนเราตามไม่ทันว่ารูปร่างที่เห็นเมื่อครู่หายไปตรงไหน ดูไปสักพัก เราเริ่มสนใจการเปลี่ยนของมันมากกว่าการหาว่ามันคือตัวอะไร

ภาพนิ่งจากงานวิดีโอทดลอง สไปก์ ของโยชิ โซเดโอกะ
ภาพ: Yoshi Sodeoka · Spike จากเว็บไซต์ศิลปิน

โซเดโอกะเป็นศิลปินญี่ปุ่นที่ทำงานในนิวยอร์ก เขาทำทั้งวิดีโอ ภาพประกอบ และงานร่วมกับนักดนตรี แต่ถ้าจะหาวิธีเข้าไปดูงานของเขา การเริ่มจากคำว่าแนวไหนอาจช่วยได้น้อยกว่าคำถามง่าย ๆ ว่า ภาพนี้เปลี่ยนไปได้ยังไง เพราะสิ่งที่เขาทดลองอยู่บ่อยครั้งคือระบบที่ทำให้ภาพสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อจากตัวมันเอง

ตั้งกฎ แล้วดูว่าภาพจะไปถึงไหน

Spike เป็นงานร่วมกับ Max Cooper ในปี 2020 ศิลปินเล่าว่าช่วงล็อกดาวน์ ภาพอธิบายรูปร่างไวรัสอยู่รอบตัวจนทำให้เขากลัว เขาจึงลองเปลี่ยนความรู้สึกนั้นเป็นการทดลองกับจุลชีพในจินตนาการ ให้รูปทรงตอบสนองต่อจังหวะเพลง แล้วปล่อยให้ระบบป้อนภาพกลับเข้าไปแปรรูปซ้ำ

รายละเอียดภาพดิจิทัลจาก สไปก์ งานร่วมกับแม็กซ์ คูเปอร์
ภาพ: Yoshi Sodeoka · Spike จากเว็บไซต์ศิลปิน

เขาอธิบายว่าภาพเริ่มจากข้อมูลเพียงไม่กี่ส่วน เมื่อข้อมูลนั้นเคลื่อนไหวและถูกป้อนกลับ มันก็สร้างผลลัพธ์ใหม่ให้รอบถัดไป กระบวนการดำเนินต่อได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะสั่งหยุด คนทำจึงไม่ได้กำหนดหน้าตาของทุกเฟรมล่วงหน้า แต่ต้องคอยดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นพางานไปทางไหน

สำหรับเรา ความต่างอยู่ตรงนี้เอง ถ้าวาดรูปร่างประหลาดขึ้นมาหนึ่งตัว เราอาจหยุดดูที่ตัวมัน แต่เมื่อรูปร่างยังเปลี่ยนต่อ สายตาจะเริ่มตามเหตุการณ์ แค่เลื่อนผ่านเร็วไปนิดเดียวก็อาจพลาดช่วงที่ภาพหนึ่งกลายเป็นอีกภาพได้ ความยาวของการดูจึงมีผลกับสิ่งที่เราเห็นจริง ๆ

อีกช่วงภาพจากวิดีโอ สไปก์ ที่สร้างด้วยระบบป้อนภาพกลับ
ภาพ: Yoshi Sodeoka · Spike จากเว็บไซต์ศิลปิน

จากรูปนามธรรมไปถึงฝูงนก

ใน Fibonacci Sequence ปี 2024 เขากลับมาร่วมงานกับ Cooper โดยขยับไปสำรวจแบบจำลองนก ผีเสื้อกลางคืน และแมงมุม ศิลปินมองว่างานนี้ต่อเนื่องจาก Spike เพราะทั้งคู่สนใจพฤติกรรมการรวมฝูง แม้ชิ้นหนึ่งจะเป็นภาพนามธรรม ส่วนอีกชิ้นเริ่มจากสิ่งมีชีวิตที่เราพอจำได้

ลำดับฟีโบนัชชีเข้ามาอยู่ในฝั่งเสียงด้วย Cooper ให้ Kwake Bass ทดลองตีกลองตามลำดับตัวเลข ก่อนปรับเสียงและภาพรับส่งกันไปมา รายละเอียดเล็ก ๆ คือเวอร์ชันวิดีโอลดกลองลงจากเวอร์ชันฟังเพลง เพื่อให้เข้ากับจังหวะภาพมากขึ้น ภาพจึงมีส่วนตัดสินด้วยว่าเพลงควรฟังเป็นแบบไหน

ภาพจาก ฟีโบนัชชี ซีเควนซ์ งานสำรวจการรวมฝูงและจังหวะธรรมชาติ
ภาพ: Yoshi Sodeoka · Fibonacci Sequence จากเว็บไซต์ศิลปิน

เราอ่านวิธีทำงานแบบนี้ว่าเป็นการยอมแก้ทั้งสองฝั่ง ถ้าเสียงเปลี่ยน ภาพก็ขยับตามได้ และถ้าภาพต้องการพื้นที่ เสียงก็ถอยได้เหมือนกัน คนดูอาจไม่รู้ว่าตรงไหนผ่านการปรับมากี่รอบ แต่รับรู้ได้ว่าจังหวะมีน้ำหนัก บางช่วงเรารอ บางช่วงเราตาม และบางช่วงก็ปล่อยให้มันผ่านไปก่อน

ถ้า Yuge Zhou จัดคนต่างเวลาให้ดูเหมือนเคลื่อนไหวร่วมกัน งานของโซเดโอกะก็ชวนเราสังเกตความสัมพันธ์ผ่านการเคลื่อนไหวเช่นกัน เพียงแต่คราวนี้สิ่งที่มารวมกันอาจเริ่มจากข้อมูลไม่กี่ส่วน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจนกลายเป็นภาพที่อ่านได้อีกแบบ

ภาพที่หยุดแล้ว ยังมีเรื่องให้ตาม

อีกด้านของเขาคืองานภาพประกอบ เช่นชุด Research & Development ของ The New York Times ปี 2021 เมื่อนำมาวางข้างงานวิดีโอ เราจะเห็นว่าคำถามเรื่องจังหวะยังใช้ดูภาพนิ่งได้ สายตาจะเริ่มตรงไหน จะข้ามส่วนไหน แล้วจะย้อนกลับมาดูอะไรอีกครั้ง ถึงภาพไม่ขยับ คนดูก็ยังต้องใช้เวลากับมัน

ภาพประกอบเทคโนโลยีเว็บสามมิติในชุดวิจัยและพัฒนาของเดอะนิวยอร์กไทมส์
ภาพ: Yoshi Sodeoka · Research & Development, The New York Times จากเว็บไซต์ศิลปิน

เราชอบที่งานเหล่านี้ทำให้การควบคุมมีหลายระดับ คนทำเลือกข้อมูล เลือกกฎ เลือกจังหวะหยุด ส่วนคนดูเลือกว่าจะอยู่กับภาพนานแค่ไหน รูปที่เราจำกลับไปจึงอาจเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ซึ่งคนข้างกันไม่ได้ทันสังเกตเลยก็ได้

ผลงานและช่องทางศิลปิน: Yoshi Sodeoka

อ้างอิง: คำอธิบายโดยศิลปินและ Max Cooper ในหน้า Spike และ Fibonacci Sequence · งานภาพประกอบ Research & Development · บทสัมภาษณ์ใน It’s Nice That

Photo credit: Yoshi Sodeoka ผ่านเว็บไซต์ศิลปิน · ภาพสินค้าจากร้าน jolio บน Portjolio


ของเล็ก ๆ สำหรับคนทำงานกับภาพ

พวงกุญแจใส่การ์ด FINAL V1 SD Holder Keychain (1-Slot)
ภาพ: ร้าน jolio บน Portjolio

FINAL V1 SD Holder Keychain (1-Slot) เป็นที่เก็บการ์ดชิ้นเล็กสำหรับคนที่พกไฟล์ภาพและวิดีโอไปทำงานต่อ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด