ไอศกรีมแท่งหนึ่งมีกุญแจมืออยู่ข้างใน เราจำรูปทรงของมันได้ก่อนจะทันเห็นว่ามันบรรจุอะไร Marka27 ใช้ระยะห่างระหว่างสองจังหวะนี้ในงานชุด I.C.E. Scream ของที่ควรชวนให้นึกถึงวันร้อน ๆ กับรถเข็นข้างถนน พอเข้าไปดูใกล้ ๆ กลับพาไปเจอเรื่องของคนที่ขายมัน

งานประติมากรรมไอศกรีมชุดไอซ์สครีมของมาร์กา27
ภาพ: Tim Correira / Institute of the Arts and Sciences · ผลงาน Marka27

Victor Quiñonez หรือ Marka27 เกิดในเม็กซิโกและโตที่อีสต์ดัลลัส เขาทำทั้งภาพวาด กราฟฟิตี และประติมากรรม นิทรรศการ Ni de Aquí, Ni de Allá ซึ่งแปลได้ว่า ไม่ใช่คนที่นี่ ไม่ใช่คนที่นั่น เอาประสบการณ์อยู่ระหว่างวัฒนธรรมมาวางไว้ในห้องเดียวกัน ทั้งใบหน้าคน ผ้าทอ รถเข็น และของที่พบได้ในชีวิตประจำวัน

งานนี้จัดที่มหาวิทยาลัยบอสตันในปี 2025 และมีกำหนดเปิดรอบถัดไปที่ Institute of the Arts and Sciences ในซานตาครูซ วันที่ 2 ตุลาคม 2026 ถึง 7 มีนาคม 2027 โดยมี Kate Fowle เป็นภัณฑารักษ์ พอ Colossal หยิบมาเล่าอีกครั้งปลายเดือนสิงหาคม สิ่งที่สะดุดตาเราคือวิธีใช้ความคุ้นเคยพาคนเข้าไปหาประเด็นที่ไม่ได้เบาตามสีของงาน

ของหวานที่ต้องมองอีกที

ในชุด I.C.E. Scream มีทั้งรถเข็นของคนขายริมถนนและไอศกรีมประติมากรรม แท่งเรซินโปร่งแสงชิ้นหนึ่งฝังกุญแจมือไว้ ส่วนชิ้นอะคริลิกขนาดเล็กมีภาพคนขายของอยู่ภายใน รูปคนจึงไม่ได้เป็นแค่ฉากประกอบให้วัตถุดูมีเรื่องราว แต่เป็นรายละเอียดที่ทำให้เราเลิกมองไอศกรีมเป็นเพียงของกิน

ถ้าเริ่มด้วยข้อความอธิบายยาว ๆ เราอาจตัดสินใจก่อนแล้วว่าจะอ่านหรือเดินผ่าน แต่รูปทรงที่จำได้ทันทีทำให้สายตาหยุดเอง พอเห็นรายละเอียดข้างใน ความรู้สึกแรกก็ใช้ต่อไม่ได้ทั้งหมด ในมุมเรา งานไม่ได้ขอให้คนลืมความสนุกของไอศกรีม มันขอให้มองคนทำมาหากินที่อยู่ข้างหลังภาพนั้นเพิ่มด้วย

พื้นที่จัดวางโบตานิกาของมาร์กา27 พร้อมผ้าและวัตถุทางวัฒนธรรม
ภาพ: Tim Correira / Institute of the Arts and Sciences · ผลงาน Marka27

ผู้จัดที่บอสตันอธิบายว่าพื้นที่ส่วนกลางจำลอง botánica ซึ่งมีทั้งลักษณะของร้านในชุมชนและพื้นที่ทางความเชื่อ มีผ้า ดอกไม้ และวัตถุสำหรับการสักการะ ส่วนกระติกเก็บความเย็นถูกนำกลับมาใช้ในงาน โดยเชื่อมกับการเริ่มหาเลี้ยงชีพของผู้อพยพ เราเลยเห็นของธรรมดาในฐานะเครื่องมือของคน ก่อนจะเห็นมันเป็นวัสดุของศิลปิน

ลายผ้าอยู่ร่วมกับภาษาบนถนน

Marka27 เรียกแนวทางของตัวเองว่า Neo Indigenous ซึ่งนำกราฟฟิตี ฮิปฮอป และวัฒนธรรมชิคาโนมาอยู่กับภาพและลวดลายจากเม็กซิโกและชนพื้นเมือง ตามข้อมูลผู้จัด งานจิตรกรรมในนิทรรศการบอสตันใช้ทั้งสีอะคริลิก สีน้ำมัน และผ้าที่ทำขึ้นสำหรับงาน บางส่วนยังวาดต่อออกไปบนผนังห้องด้วย

ภาพผลงานลาโอเฟอร์ตาจากเว็บไซต์ศิลปินมาร์กา27
ภาพ: Marka27 / เว็บไซต์ศิลปิน

การวางสิ่งเหล่านี้ด้วยกันทำให้เราไม่จำเป็นต้องอ่านคนหนึ่งคนจากเครื่องหมายเพียงแบบเดียว ลายที่บอกถึงครอบครัวอยู่กับภาษาภาพที่เจอตามถนนได้ ความทรงจำจากบ้านก็อยู่ร่วมกับสิ่งที่ซื้อหรือดูในอีกประเทศได้ โดยไม่ต้องจัดว่าอย่างไหนเป็นตัวตนจริง แล้วอย่างไหนเป็นของที่รับมาทีหลัง

นี่เป็นจุดที่ภาพป็อปทำงานมากกว่าการเรียกสายตา เพราะคนดูแต่ละคนรู้จักส่วนประกอบไม่เท่ากัน บางคนเข้าใจลายผ้าก่อน บางคนเข้าใจกราฟฟิตีก่อน เราจึงเข้าหาภาพเดียวกันคนละทาง และอาจพบว่ารายละเอียดที่ตัวเองอ่านไม่ออกก็มีความหมายกับคนอื่นอยู่แล้ว

ภาพผลงานซูพรีมฮัสเซิลจากเว็บไซต์ศิลปินมาร์กา27
ภาพ: Marka27 / เว็บไซต์ศิลปิน

เรื่องการใช้ร่างกายและพื้นผิวบอกตัวตนทำให้นึกถึงภาพวาดของ Marigold Santos ที่เราเคยเล่าไว้ ส่วนในงานของ Marka27 สิ่งของรอบตัวเข้ามาช่วยเล่าด้วย คนคนหนึ่งจึงไม่ได้ปรากฏอยู่เฉพาะตรงใบหน้า แต่ยังอยู่ในของที่เขาใช้ ลายที่เขาคุ้น และวิธีที่เขาหาเลี้ยงชีวิต

ภาพผลงานลาตินเอ็กซ์เอเอฟจากเว็บไซต์ศิลปินมาร์กา27
ภาพ: Marka27 / เว็บไซต์ศิลปิน

เราอาจเดินเข้าหางานเพราะจำของในภาพได้ แล้วค่อยรู้ตัวว่ายังไม่เคยรู้จักคนที่อยู่กับของเหล่านั้นเลย

ผลงานเพิ่มเติมของศิลปินอยู่ที่ Marka27

อ้างอิง: Boston University Art Galleries · Institute of the Arts and Sciences · Colossal

Photo credit: Marka27 · Tim Correira / Institute of the Arts and Sciences


ภาพเล็ก ๆ จากร้านใน Portjolio

โปสการ์ด Floral Childlike Art
ภาพ: naivefloraltattoo / Portjolio

โปสการ์ด Floral Childlike Art เป็นภาพบนกระดาษชิ้นเล็กสำหรับคนที่อยากอยู่กับสีและลายเส้นต่อในพื้นที่ประจำวัน

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด