Toshiya Masuda เป็นศิลปินญี่ปุ่นที่ทำงานเซรามิกเป็นเหลี่ยมเหมือนภาพพิกเซลในชุด Low pixel CG ของใช้ที่เขาปั้นยังดูออกว่าเป็นอะไร แต่ขอบโค้งกลับแตกเป็นขั้นๆ แม้แต่แก้วกาแฟก็มีรุ่นที่ดูเหมือนภาพบนจอกำลังเสีย ทั้งหมดนี้ขึ้นรูปจากดินแล้วนำไปเผาจริง

เราเลือกกลับมาดูงานชุดนี้เพราะบันทึกที่เขาเขียนเมื่อ 9 กรกฎาคม 2026 มาสุดะอธิบายเหตุผลที่ใช้เซรามิกไว้ตรงดี ข้อมูลดิจิทัลแก้ไขและอัปเดตได้ตลอด ส่วนดินที่ผ่านการเผาแล้วจะคงสภาพนั้นไว้ ภาพงานที่นำมาเล่าต่อจากนี้เป็นผลงานช่วงปี 2007 ถึง 2011 จึงเป็นการดูงานเดิมผ่านความคิดที่เจ้าตัวเพิ่งเขียนทบทวน
แก้วที่ดูเหมือนเกิดบั๊ก แต่จับได้จริง
ชิ้นแรกชื่อ バグる・マグカップ แปลได้ประมาณว่าแก้วมัคเกิดบั๊ก เป็นงานปี 2011 ขนาด 18 × 15 × 8 เซนติเมตร ชื่อเอาอาการผิดปกติของโปรแกรมมาใส่กับภาชนะที่เราคุ้นมือ ความขัดกันตรงนี้ตลกดี เพราะในคอมพิวเตอร์เราคงลองปิดแล้วเปิดใหม่ แต่แก้วใบนี้ถูกเผาจนรูปร่างอยู่ตัวไปแล้ว
เพื่อนๆ อาจเคยเห็นภาพเกมที่โหลดวัตถุไม่ครบ หรือภาพที่ถูกขยายจนขอบแตก งานของมาสุดะหยิบหน้าตาแบบนั้นมาใช้กับของที่มีความหนา มีน้ำหนัก และแตกได้ เราชอบที่เขาเลือกแก้วเป็นตัวตั้งต้น เพราะแทบไม่ต้องอธิบายของเดิมให้ยืดยาว เรารู้กันอยู่แล้วว่าหูแก้วกับปากแก้วปกติควรโค้งแค่ไหน

ลองเทียบกับ Mug? ปี 2007 ที่มีขนาด 11.5 × 9.5 × 7.5 เซนติเมตร งานชิ้นนี้ใช้ชื่อของสิ่งของแล้วเติมเครื่องหมายคำถามไว้ท้ายคำ วิธีตั้งชื่อสั้นมาก แต่เข้ากับหน้าตาของงานดี มันยังอ่านเป็นแก้วได้ ถึงรูปร่างจะไม่เหมือนแก้วที่เราหยิบดื่มน้ำ เราไม่ได้เห็นข้อมูลยืนยันว่าใช้ดื่มได้ จึงขอดูมันในฐานะประติมากรรมตามที่ศิลปินนำเสนอ
ไข่ดาวหนึ่งจานต้องตัดดินเป็นชั้น

อีกชิ้นที่เราชอบคือไข่ดาวบนจานสเต๊ก ปี 2011 ขนาด 30 × 22 × 5 เซนติเมตร ศิลปินระบุวัสดุไว้ทั้งเซรามิกและจานสเต๊ก ของกินที่ควรมีขอบไม่แน่นอนถูกจัดให้เป็นเหลี่ยม พอใช้ภาชนะที่เกี่ยวกับอาหารมารองด้วย มุกก็อ่านได้เร็วขึ้น (ถึงจะรู้ว่าทำจากดิน เรายังเรียกมันว่าไข่ดาวก่อนอยู่ดี)
ขั้นตอนที่เขาเล่าให้ designboom ฟังในปี 2023 เริ่มจากคำหนึ่งคำ แล้วหาแบบของสิ่งของที่จะสื่อคำนั้น เขาร่างรูป กำหนดขนาด และทำแบบหน้าตัดด้วยกระดาษตาราง จากนั้นตัดดินที่รีดเป็นแผ่นตามแบบ นำแต่ละชั้นมาติดเข้าด้วยกัน จึงได้วัตถุที่มีความลึกขึ้นมาจริง
ส่วนเกินถูกตัดแต่งด้วยมีดหรือเครื่องมือปาดดิน ก่อนปล่อยให้แห้ง ลงสี และเผาโดยไม่เคลือบ ตามกระบวนการที่เขาอธิบายในบทสัมภาษณ์ ภาพที่ดูเหมือนลดความละเอียดจึงต้องผ่านการกำหนดรูปอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะให้ขอบหยักตรงไหน สูงกี่ชั้น ล้วนต้องตัดสินใจก่อนดินแข็ง

Kettle? ปี 2008 มีขนาด 27 × 24 × 22 เซนติเมตร เป็นอีกตัวอย่างที่เห็นวิธีคิดนี้ชัด กาต้มน้ำมีหลายส่วนให้จำ ทั้งตัวกา พวย และหูจับ การลดส่วนโค้งให้เป็นขั้นต้องยังเหลือรูปร่างที่บอกว่าเป็นกาอยู่ เราว่างานกลุ่มนี้สนุกตรงการเลือกว่าอะไรตัดออกได้ และอะไรต้องเก็บไว้ให้คนยังจำของชิ้นนั้นได้
ทำไมยังต้องเป็นดินเผา
ในบันทึกปี 2026 มาสุดะมองเซรามิกเป็นวัสดุสำหรับบันทึกข้อมูลด้วย เขายกเรื่องเครื่องปั้นดินเผาที่อยู่ได้นานมาคิดคู่กับข้อมูลดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว และชี้ว่าการเผามีผลต่อชิ้นงาน จนการทำสองชิ้นให้เหมือนกันทุกประการต่างจากการคัดลอกไฟล์ ความคิดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเขาถึงยอมทำของหน้าตาดิจิทัลด้วยขั้นตอนที่ช้าขนาดนี้

ถ้าเพื่อนๆ ชอบการเปลี่ยนของคุ้นตาด้วยงานเซรามิก เราเคยเล่าถึง Debra Broz ที่ต่อตุ๊กตาสัตว์จนกลายเป็นสัตว์หลายหัว เอาไว้ด้วย ส่วนมาสุดะเริ่มจากการสร้างของขึ้นใหม่ แล้วคุมรูปร่างให้ดูเหมือนภาพจากหน้าจอ ทั้งคู่เลือกสิ่งที่เราจำได้มาเล่น จึงเห็นความผิดปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องอ่านประวัติศิลปินก่อน

เราชอบงานแก้วเกิดบั๊กมากที่สุด เพราะชื่อกับรูปร่างเล่าเรื่องเดียวกันได้กระชับ ส่วนใครอยากดูวิธีคิดของเขาต่อ แนะนำอ่านบันทึกเรื่องเซรามิกปี 2026 คู่กับภาพผลงานเก่า จะเห็นชัดว่าเขาสนใจทั้งหน้าตาของภาพดิจิทัลและการเก็บมันไว้ในวัสดุที่แก้ไขภายหลังได้ยาก
ช่องทางศิลปิน: เว็บไซต์ผลงาน Toshiya Masuda และ บันทึกของศิลปินบน note
อ้างอิง: บันทึกเรื่องเซรามิกของศิลปิน, 9 กรกฎาคม 2026 · บทสัมภาษณ์กระบวนการทำงานโดย designboom, 11 ตุลาคม 2023 · ชื่อ ปี และขนาดผลงานจากเว็บไซต์ศิลปิน
Photo credit: Toshiya Masuda, เว็บไซต์ศิลปิน
ถ้วยอีกใบจากร้านใน Portjolio

Shoreline Yunomi Cup เป็นถ้วยอีกใบให้ดูต่อ สำหรับเพื่อนๆ ที่ดูงานของมาสุดะแล้วอยากสังเกตรูปทรงภาชนะที่อยู่ใกล้มือมากขึ้น
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


