ซูโจวเป็นเมืองที่คนไปเพื่อดูสวน สวนเก่าอายุหลายร้อยปีที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ เดินเข้าไปทีไรก็หลงทุกที ไม่ใช่เพราะสวนใหญ่ แต่เพราะมันถูกออกแบบมาให้เราไม่เห็นภาพรวม กำแพงบังตรงนี้ เปิดช่องตรงนั้น ทางเดินคดไปคดมาจนลืมว่าเข้ามาทางไหน ห่างจากสวนพวกนั้นไปไม่กี่กิโลเมตร ต้นเดือนกันยายนนี้มีอาคารใหม่เปิดให้คนทั่วไปเข้า ชื่อ Suzhou MoCA พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ออกแบบโดยสตูดิโอเดนมาร์ก BIG และหยิบวิธีทำให้คนหลงแบบนั้นมาใช้ทั้งหลัง

ภาพมุมสูงของ Suzhou MoCA หลังคาริบบิ้นคลุมอาคารสิบสองหลังริมทะเลสาบจินจี
ภาพ: BIG via designboom

ตัวเลขของโปรเจกต์นี้ฟังดูใหญ่มาก พื้นที่หกหมื่นตารางเมตร ริมทะเลสาบจินจีในเขตอุตสาหกรรมซูโจว เจ้าของงานคือ Suzhou Harmony Development Group และนี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลังแรกที่ BIG สร้างเสร็จจริง หลังจากทำอาคารมาแล้วเกือบทุกประเภท

ปกติงบระดับนี้จะจบลงที่อาคารก้อนเดียวใหญ่ ๆ แต่ BIG เลือกซอยมันออกเป็นศาลาสิบสองหลัง วางกระจายบนพื้นที่เหมือนหมู่บ้าน แล้วค่อยเอาหลังคาผืนเดียวคลุมทับทั้งหมด หลังคาผืนนั้นไม่ได้แบนราบ มันม้วนขึ้นลงเป็นริบบิ้น และถ้ามองจากโดรนจะเห็นว่าเส้นมันไขว้กันจนกลายเป็นปมที่ไม่มีจุดเริ่มจุดจบ

หลังคาโค้งของพิพิธภัณฑ์ทอดยาวเชื่อมศาลาแต่ละหลังเข้าด้วยกัน
ภาพ: BIG via designboom

ทางเดินมีหลังคาที่ชื่อว่า หลาง

ในสวนจีนโบราณมีองค์ประกอบหนึ่งที่คนไทยอาจไม่รู้จักชื่อ แต่เคยเดินผ่านแน่ ๆ เรียกว่า lang หรือ 廊 คือทางเดินยาวที่มีหลังคาคลุม พาดจากศาลาหนึ่งไปอีกศาลาหนึ่ง หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่กันแดดกันฝน แต่เป็นตัวกำหนดว่าเราจะเห็นอะไรก่อนอะไรหลัง ตรงไหนควรหยุด ตรงไหนควรเลี้ยว สวนซูโจวใช้ของแบบนี้กันมาหลายร้อยปี

BIG เอาหน้าที่ของหลางมาแปลงเป็นหลังคาริบบิ้นผืนนั้น พูดง่าย ๆ คือหลังคาไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปิดข้างบน มันเป็นเส้นทางเดินที่ร้อยแกลเลอรีทั้งสิบสองหลังเข้าหากัน มีสวนประติมากรรม มีสะพาน มีอุโมงค์ มีลานให้คนมานั่งเฉย ๆ โดยไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าดูงาน

Bjarke Ingels พูดถึงงานนี้ว่า "การละลายพิพิธภัณฑ์ให้กลายเป็นสวนจีนที่มีแกลเลอรีเชื่อมถึงกัน กระจายอยู่บนพื้นที่เหมือนศาลาในสวนสาธารณะ ทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นตัวเชื่อมระหว่างเมืองกับทะเลสาบ" ซึ่งฟังดูเป็นคำโฆษณาไปหน่อย แต่พอดูผังจริงแล้วมันตรงตามนั้น เพราะคนเดินจากฝั่งเมืองทะลุออกริมน้ำได้โดยไม่ต้องเข้าอาคารเลยสักหลัง

ทางเดินใต้หลังคาของพิพิธภัณฑ์เชื่อมระหว่างศาลาสองหลัง
ภาพ: BIG via designboom

กระจกที่เป็นคลื่นกับสเตนเลสสีอุ่น

ผิวอาคารเลือกวัสดุอยู่สองอย่าง กระจกที่ทำผิวเป็นระลอกและดัดโค้ง กับสเตนเลสโทนอุ่น สองอย่างนี้ทำงานเดียวกันคือทำให้ขอบของอาคารอ่านยาก น้ำในทะเลสาบสะท้อนขึ้นไปบนผนัง ต้นไม้ในสวนสะท้อนกลับลงมา ยืนอยู่ตรงกลางแล้วบอกไม่ค่อยได้ว่าตรงไหนคืออาคาร ตรงไหนคือภาพสะท้อนของสิ่งที่อยู่รอบตัว

วิธีคิดเรื่องผิวแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ในงานสถาปัตยกรรม แต่พอมาอยู่ที่นี่มันดันไปกันได้กับตรรกะของสวนจีนพอดี เพราะสวนพวกนั้นก็เล่นกับการสะท้อนในบ่อน้ำมาตลอด

ผนังกระจกผิวระลอกของพิพิธภัณฑ์สะท้อนน้ำและท้องฟ้า
ภาพ: BIG via designboom

แปลนที่เนี้ยบ กับการเดินที่ไม่เนี้ยบ

ประโยคที่เราชอบที่สุดจากทีมออกแบบมาจาก Catherine Huang พาร์ตเนอร์ของ BIG เธอบอกว่า "องค์ประกอบที่ดูแม่นยำเมื่อมองจากด้านบน กลับกลายเป็นประสบการณ์ของการสำรวจและการค้นพบเมื่ออยู่บนพื้น"

นี่แหละคือจุดที่งานนี้ต่างจากอาคารสัญลักษณ์ทั่วไป สถาปัตยกรรมยุคนี้จำนวนไม่น้อยถูกออกแบบมาเพื่อภาพถ่ายจากมุมสูงรูปเดียว สวยในไอจี แต่พอไปยืนจริงแล้วไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอะไร ส่วนสวนจีนทำตรงข้าม คือแปลนอ่านไม่รู้เรื่องแต่การเดินสนุก งานนี้พยายามได้ทั้งสองอย่าง ปมจากมุมสูงเอาไว้ให้คนจำ ส่วนคนที่มาถึงจริง ๆ จะได้การหลงทางแบบที่เมืองนี้ถนัด

ถ้าชอบเรื่องอาคารที่ยอมยกพื้นที่ให้คนเดินมากกว่าจะหวงไว้ให้ตัวเอง เคยเขียนถึงกรณีคล้ายกันที่ญี่ปุ่นไว้ใน Meiji Park สวนหน้าสถานีฮากาตะ ที่ให้คนเดินขึ้นไปบนหลังคาร้านค้า

ภายในแกลเลอรีของ Suzhou MoCA ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ
ภาพ: BIG via designboom

ตัวพิพิธภัณฑ์เปิดแบบซอฟต์โอเพนไปเมื่อ 30 สิงหาคม แล้วเปิดให้คนทั่วไปเข้าวันที่ 2 กันยายน นิทรรศการเปิดตัวชื่อ Materialism ซึ่ง BIG เป็นคนคิวเรตเอง คือเอางานของตัวเองมาจัดในอาคารของตัวเอง ตรงนี้แหละที่เราคิดว่าน่าจับตาต่อ เพราะสิ่งที่จะบอกว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์จริงหรือเป็นแค่แลนด์มาร์ก คือนิทรรศการชุดที่สองที่ไม่ได้มาจากคนออกแบบอาคาร

ลานสาธารณะริมน้ำของพิพิธภัณฑ์ที่คนเดินผ่านได้โดยไม่ต้องเข้าอาคาร
ภาพ: BIG via designboom

สวนซูโจวใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะกลายเป็นของประจำเมือง อาคารหลังนี้เพิ่งเปิดได้ไม่กี่วัน คำถามที่เราถืออยู่ตอนนี้คือคนซูโจวจะใช้มันยังไงเมื่อความใหม่หมดไปแล้ว จะเป็นทางลัดไปริมทะเลสาบตอนเย็น หรือเป็นที่ที่ไปครั้งเดียวเพื่อถ่ายรูปหลังคา

อ้างอิง: designboom, Dezeen, Wallpaper*, BIG

Photo credit: BIG / Suzhou Museum of Contemporary Art ถ่ายภาพโดย Ye Jianyuan, Studio SZ Photo และ Yongwon Jo เผยแพร่ผ่าน designboom


ชวนดูของในเว็บ

Shoreline Yunomi Cup แก้วเซรามิกงานทำมือ

Shoreline Yunomi Cup ขอบแก้วที่ทำเป็นเส้นคลื่นแทนวงกลมเรียบ ทำงานคล้ายหลังคาริบบิ้นหลังนั้น คือเปลี่ยนเส้นขอบให้เป็นเรื่องที่ตาต้องเดินตาม

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด