วันหนึ่งในสตูดิโอที่เนเธอร์แลนด์ Suzanne Jongmans กำลังเย็บชุดให้นางแบบอยู่ แล้วผ้าหมด เธอกวาดตามองรอบห้องแล้วไปเจอโฟมกันกระแทกที่เหลือจากกล่องพัสดุ เลยหยิบมาลองดัดเป็นทรงที่ต้องการ

สิบกว่าปีต่อมา อุบัติเหตุครั้งนั้นกลายเป็นงานทั้งชุดชื่อ Mind over Matter ภาพเหมือนที่หน้าตาเหมือนหลุดมาจากพิพิธภัณฑ์ดัตช์ แต่ทุกชิ้นที่คนในภาพสวมอยู่คือขยะ
คนทำชุดที่บังเอิญถ่ายรูปเป็น
Jongmans เกิดที่เมืองเบรดาปี 1978 สิ่งที่เธอทำมีสี่อย่างพันกันอยู่ คือเย็บผ้า ปั้น ออกแบบเครื่องแต่งกาย และถ่ายภาพ ลำดับสำคัญตรงนี้ เพราะเธอไม่ได้เป็นช่างภาพที่หาชุดมาให้นางแบบใส่ เธอเป็นคนทำชุดที่ถ่ายรูปผลงานตัวเองเป็นขั้นสุดท้าย

ของที่เธอหยิบมาใช้เป็นของที่เราทิ้งกันทุกวัน โฟมกันกระแทก แผ่นบับเบิล เม็ดโฟมกันกระแทก ตาข่ายที่สวมผลไม้ไม่ให้ช้ำ ขดลวดทองแดงจากมอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้ว ฟิวส์ไฟฟ้า เศษพลาสติกที่เก็บได้
พวกนี้ถูกตัด ดัด เย็บ จนกลายเป็นหมวกคลุมผม เป็นปกคอตั้งสูง เป็นชุดที่ปักด้วยเม็ดโฟม แล้วเอาไปจับคู่กับผ้ากำมะหยี่จริง ก่อนถ่ายบนพื้นหลังสีเข้มทึบ ท่าทางและแสงอ้างอิงจากภาพเหมือนศตวรรษที่ 15 ถึง 17 พวกแรมบรันต์ โฮลไบน์ผู้ลูก โรเคียร์ ฟาน เดอร์ ไวเดน

ทำไมโฟมถึงเข้ากับปกคอลูกไม้ได้ขนาดนั้น
ตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นแค่มุกตลกทางสายตา ของถูกทำเป็นของแพง ดูแล้วขำ จบ แต่พอมองนานๆ มันไม่ใช่
ปกคอลูกไม้จีบใหญ่ในภาพเหมือนยุคนั้นเป็นเครื่องหมายบอกฐานะ ทำยาก ใช้เวลาเป็นเดือน ต้องมีคนซักรีดคอยดูแล คนใส่มันคือคนที่มีเงินจ่ายให้คนอื่นทำของที่ไม่มีประโยชน์ใช้สอยเลย

โฟมกันกระแทกอยู่คนละฝั่งของสมการนี้พอดี มันถูกผลิตมาเป็นล้านชิ้นด้วยราคาเกือบศูนย์ ทำหน้าที่ปกป้องของข้างในหนึ่งเที่ยว แล้วก็ถูกทิ้ง
แต่ทั้งสองอย่างทำงานเดียวกัน คือห่อหุ้มร่างกายหรือสิ่งของเอาไว้ไม่ให้กระทบกับโลกข้างนอกตรงๆ ต่างกันแค่ว่าอันหนึ่งเราเก็บไว้ในตู้กระจก อีกอันเราโยนลงถัง Jongmans เลยไม่ได้เอาของถูกไปล้อของแพง เธอเอาสองอย่างที่ทำงานเหมือนกันมาวางทับกัน แล้วปล่อยให้เราคิดเอง

ผลงานที่เธอทำมาก็มีชื่อของมันเอง Kindred Spirits ที่แยกเป็นตอนวัยเด็กกับตอนปัจจุบัน In Resonance ที่พูดถึงเสียงสะท้อนระหว่างยุค Lifting the Veils ที่เล่นกับการเปิดและปิด ส่วน In the Midst of It All เป็นภาพตัวเองที่ถ่ายช่วงโรคระบาด ตอนที่ทุกคนอยู่ในบ้านและพัสดุกลายเป็นสิ่งเดียวที่ยังเดินทางได้
เธอเคยพูดถึงเรื่องที่ว่าตั้งแต่ยุคแห่งเหตุผลเป็นต้นมา เราให้ค่ากับการคิดแบบมีเหตุผลและการทำให้ทุกอย่างเป็นเครื่องจักรมากขึ้นเรื่อยๆ จนตำนานและจินตนาการค่อยๆ ถอยไปอยู่ข้างหลัง งานของเธออ่านได้ว่าเป็นการลากของสองอย่างนั้นกลับมาเจอกัน

เรื่องเสื้อผ้าที่ถูกนับเป็นงานศิลปะเคยคุยกันไปแล้วตอนที่ The Met ประกาศว่าเสื้อผ้าคืองานศิลปะ เคสของ Jongmans เพิ่มอีกชั้นเข้าไป เพราะชุดของเธอไม่ได้ถูกทำมาให้ใส่จริง มันถูกทำมาให้ถ่าย ตัวชุดจบหน้าที่ตอนชัตเตอร์ลั่น
สิ่งที่เราชอบที่สุดคือมันเริ่มจากผ้าหมด ไม่ได้เริ่มจากแถลงการณ์เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เริ่มจากคอนเซ็ปต์ที่คิดไว้ก่อน คนคนหนึ่งแค่หาของที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาใช้ให้งานเดินต่อได้ แล้วบังเอิญเจอว่าของชิ้นนั้นพูดได้มากกว่าผ้าที่หมดไปเสียอีก
คำถามที่ค้างอยู่คือ ในถังขยะที่บ้านเราตอนนี้มีของแบบนั้นอยู่กี่ชิ้น ที่เรามองไม่เห็นเพราะเราตัดสินมันไปแล้วตั้งแต่ก่อนมอง
ดูผลงานทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของศิลปิน suzannejongmans.com และอินสตาแกรม @suzannejongmans
อ้างอิง: Colossal, designboom, CNN Style
Photo credit: Suzanne Jongmans, courtesy the artist via Colossal
ชวนดูของในเว็บ

Daydream Ring Camellia ของประดับตัวชิ้นเล็กที่ทำมือทีละวง อีกสเกลหนึ่งของการเอาวัสดุมาทำให้คนอยากใส่
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


