ป้ายราคาสติกเกอร์คือของที่ไม่มีใครเก็บ ซื้อเสื้อมาปุ๊บ อย่างแรกที่ทำคือเล็มมันออกจากถุง จากป้ายแข็ง จากพลาสติกห่อ บางทีลอกไม่หมดก็ขยี้ ๆ ให้มันเป็นก้อนแล้วโยนทิ้ง มันมีอายุประมาณสิบวินาทีในชีวิตเรา

Lucie Davis เอาสิบวินาทีนั้นมาทำเป็นทองแดงลงยา ชุดนี้ชื่อ Precious Price Tag Pins เป็นเข็มกลัดที่หน้าตาเหมือนป้ายราคาลอกออกมาแปะ ถ้าไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ ก็นึกว่ามีสติกเกอร์ติดค้างอยู่บนเสื้อจริง ๆ
ทำไมต้องเป็นป้ายราคา
Davis เคยทำงานร้านค้าตอนเรียนมหาวิทยาลัย งานประจำวันคือแปะป้าย ลอกป้าย เปลี่ยนป้าย วันละไม่รู้กี่ร้อยใบ เห็นซ้ำ ๆ จนถึงจุดที่เริ่มเห็นหน้าตาของมันจริง ๆ ว่ามีทั้งตัวเลข ตัวอักษรตัวเล็กที่ไม่มีใครอ่าน รอยพิมพ์เหลื่อม รอยยับตอนโดนนิ้วกด

ก่อนหน้านี้เธอเคยทำ Oyster card ให้กลายเป็นเล็บอะคริลิก บัตรรถไฟใต้ดินลอนดอนที่คนแตะเข้าออกจนสีถลอก ถูกย้ายไปอยู่บนปลายนิ้ว งานนั้นดังพอสมควร และวิธีคิดก็อันเดียวกันกับชุดนี้ คือหยิบของที่คนใช้จนชิน แล้วเปลี่ยนวัสดุให้มันหนักขึ้นกว่าเดิม
ขั้นตอนที่ทำให้ของทิ้งกลายเป็นของเก็บ
ตัวเข็มกลัดเริ่มจากแผ่นทองแดงตัดขึ้นรูป ยิงเลเซอร์แกะลาย แล้วลงยาเผาในเตา ด้านหลังติดหมุดแบบเข็มกลัดเนกไทชุบเงินพร้อมตัวล็อก

รายละเอียดที่ทำให้มันหลอกตาได้คือมุม เธอตีมุมของแผ่นทองแดงให้เผยอขึ้นมาเหมือนสติกเกอร์ที่เริ่มหลุด อันไหนที่ต้นแบบมีรอยยับ รอยพับ รอยพิมพ์ไม่ตรง ก็ย้ายรอยพวกนั้นมาไว้บนทองแดงหมด
ที่ตลกดีคือขั้นตอนเผา เธอเผาบางชิ้นไม่สุก บางชิ้นสุกเกิน โดยตั้งใจ สีที่ออกมาก็เลยไม่เท่ากันสักชิ้น ผิวบางอันด้าน บางอันเป็นคลื่น ป้ายราคาที่โรงงานพิมพ์ออกมาเหมือนกันเป๊ะเป็นหมื่นใบ พอมาอยู่ในเตาเผาก็กลายเป็นของที่ซ้ำกันไม่ได้อีกเลย

ของถูกที่ถูกทำให้แพง แล้วยังไงต่อ
ถ้าดูผิว ๆ นี่ก็คือมุกเดียวกับที่นักออกแบบชอบเล่นกัน คือเอาของถูกมาทำด้วยวัสดุแพง แต่จุดที่งานชุดนี้ต่างออกไปนิดหนึ่งคือสิ่งที่เธอเลือกมาไม่ใช่แค่ของธรรมดา มันคือของที่ทำหน้าที่ "บอกราคา" โดยตรง
ป้ายราคาเป็นตัวตัดสินว่าของชิ้นหนึ่งมีค่าเท่าไหร่ แล้วพอหน้าที่นั้นจบ มันก็ถูกทิ้งเป็นอย่างแรก ตัวมันเองไม่เคยมีราคาเลยสักที

พอมันถูกทำจากทองแดงลงยาเผาเตา ใช้เวลาทำต่อชิ้นเป็นชั่วโมง เรื่องก็กลับหัว ของที่เคยชี้ราคาให้คนอื่นกลายเป็นของที่มีราคาของตัวเอง แล้วเวลาเอาไปกลัดบนเสื้อ มันก็ยังทำท่าเป็นป้ายราคาอยู่ดี คนที่เดินผ่านต้องมองสองรอบถึงจะรู้
วิธีมองแบบนี้เราเคยเจอในงานของ YVMIN แบรนด์เครื่องประดับจากปักกิ่งที่มองเปลือกส้มแล้วเห็นหมี ทั้งสองเจ้าเริ่มจากของที่กำลังจะลงถังเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ YVMIN มองหารูปทรง ส่วน Davis มองหาหน้าที่

ตอนนี้ยังไม่มีหน้าร้านออนไลน์ ใครอยากได้ต้องทักไปหาเธอตรง ๆ ซึ่งก็เข้ากับงานดี ของที่ปกติหยิบจากชั้นแล้วเดินไปจ่ายเงินได้เลย ชิ้นนี้ต้องพิมพ์ข้อความไปถามก่อน
ลองสำรวจดูว่าวันนี้เราลอกอะไรทิ้งไปบ้างโดยไม่ได้มองมันสักแวบ
ดูงานเพิ่มเติมได้ที่ luciedavis.com และ Instagram @luciedavis
อ้างอิง: designboom
Photo credit: Lucie Davis via designboom
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

แหวน Daydream ของชิ้นเล็กอีกอันที่ทำทีละวง แล้วไม่มีวงไหนเหมือนกันสนิท
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


