ตอนเป็นวัยรุ่น Simon de Diesbach วิ่งเข้าป่าแถวบ้านแทบทุกวัน ไม่ใช่เพราะอยากฟิต แต่เพราะพ่อเพิ่งรู้ว่าเป็นมะเร็ง แล้วเขาไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน การวิ่งในป่าเลยกลายเป็นที่ที่เขาไปพักหัว

หลายปีผ่านไป เขากลับไปที่เดิม แล้วเจอว่าป่านั้นกำลังถูกบ่อกรวดกินเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่หายไปทั้งหมดในวันเดียว แต่หายไปทีละส่วนแบบที่คนแถวนั้นก็ชินไปแล้ว

ภาพนิ่งจากหนังสั้น Limites ร่างคนวิ่งอยู่ในป่าที่ถูกสแกนเป็นสามมิติ
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

สิ่งที่เขาทำต่อจากนั้นคือเอาเครื่องสแกนเลเซอร์เข้าไปในป่า

เก็บป่าไว้ก่อนที่มันจะไม่อยู่

Limites เป็นหนังสั้นความยาว 7 นาที 37 วินาที ที่ de Diesbach ใช้เครื่องสแกน FARO Focus3D S70 ไล่เก็บป่าแห่งนั้นราวสามสิบจุด ข้ามหลายฤดู แล้วเอาข้อมูลที่ได้มาประกอบเป็นภูมิประเทศดิจิทัลอีกที

ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ได้อยู่นอกภาพ เขาบันทึกท่าวิ่งของตัวเองด้วยโมชันแคปเจอร์ แล้วเอาไปวางทับลงบนพื้นผิวที่สแกนมา จัดองค์ประกอบทั้งหมดใน Houdini ผลคือเราได้ดูคนคนหนึ่งวิ่งอยู่ในป่าที่เขาเพิ่งถอดออกมาเป็นจุดพิกัด

ข้อมูลจุดจากการสแกนเลเซอร์สามมิติ แสดงต้นไม้และพื้นป่าเป็นกลุ่มจุดเล็กๆ
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

เรื่องที่น่าคิดคือเขาเลือกไม่เก็บให้ครบ

ความไม่เต็มที่ตั้งใจให้ไม่เต็ม

เครื่องสแกนระดับนี้ทำให้ภาพเนียนกว่านี้ได้ ถ้าจะไล่เก็บให้หมดแล้วเรนเดอร์ให้เหมือนจริงก็ทำได้ แต่ de Diesbach ปล่อยให้ภาพมันแหว่ง ต้นไม้บางต้นเหลือแค่ด้านที่เลเซอร์ยิงถึง ด้านหลังเป็นความว่าง พื้นป่าขาดเป็นหย่อมๆ ตามมุมที่เครื่องตั้งอยู่

เขาอธิบายว่าเอาความคิดมาจากละครเวที ที่ฉากมีไม่กี่ชิ้นแล้วคนดูเติมส่วนที่เหลือเอง เขาไม่อยากให้เราดูป่า เขาอยากให้เรารู้ตัวว่ากำลังดูของที่ถูกเก็บมา

ภาพนิ่งจาก Limites ป่าที่สแกนมาแหว่งเป็นช่องว่างระหว่างต้นไม้
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

ตรงนี้แหละที่หนังไม่เหมือนงานสายเดียวกันอีกหลายชิ้น ปกติพอพูดถึงการสแกนธรรมชาติ เป้าหมายมักจะเป็นการทำให้เหมือนที่สุด เก็บให้ครบที่สุด เหมือนกำลังแข่งกับเวลา แต่ที่นี่ความแหว่งคือเนื้อหา ไม่ใช่ข้อจำกัด

วิธีคิดแบบนี้ไปในทางเดียวกับที่เราเคยเขียนถึงใน Scanner Aesthetic ที่คนออกแบบเริ่มเอาร่องรอยความผิดพลาดของเครื่องมาใช้เป็นภาษา แทนที่จะลบมันทิ้ง

ข้อขัดกันที่เขาพูดเอง

จุดที่ทำให้งานนี้ไม่ได้จบแค่ความเศร้าสวยๆ คือ de Diesbach พูดถึงต้นทุนของสิ่งที่เขาเพิ่งทำ

การจำลองธรรมชาติในโลกดิจิทัลไม่ได้ฟรี การเรนเดอร์ป่าหนึ่งผืนในงาน VFX กินไฟกินเครื่องมหาศาล เขาชี้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ผลิตภาพธรรมชาติที่สวยเกินจริงออกมาเรื่อยๆ ด้วยพลังงานที่ไม่ค่อยมีใครนับ แล้วเราก็ดูมันด้วยความรู้สึกว่ากำลังใกล้ชิดธรรมชาติ

บ่อกรวดที่ขยายเข้ามาในพื้นที่ป่าเดิม
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

เขาเองก็อยู่ในวงจรนั้น เขาเอาเครื่องมือดิจิทัลไปเก็บป่าที่กำลังโดนขุด แล้วก็รู้ตัวว่าการเก็บนั้นมีราคาของมัน หนังไม่ได้แก้ปัญหานี้ แค่วางมันไว้ตรงหน้าเราเฉยๆ

ข้อมูลสแกนสามมิติของป่าในมุมกว้าง เห็นความหนาแน่นของจุดต่างกันไปตามระยะ
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

ตอนนี้เขากำลังทำ LimitsVR ต่อ เป็นงาน VR ที่ดูพร้อมกันได้ 4 ถึง 6 คน พาคนเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงป่าซึ่งถูกทำเป็นดิจิทัลไว้แล้ว แล้วค่อยๆ พลิกให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นของที่ถูกดู

ภาพนิ่งจาก Limites ร่างคนวิ่งเล็กๆ ท่ามกลางข้อมูลจุดของป่า
ภาพ: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net

เราชอบที่หนังไม่พยายามทำให้การสแกนเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ป่าที่วิ่งตอนพ่อป่วยมันไม่เหลือแล้ว สิ่งที่เหลือคือกองจุดที่พอเอามาเรียงใหม่แล้วมันยังเดินเข้าไปได้อยู่ ไม่ใช่ป่า แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีอะไร

คำถามที่มันทิ้งไว้คือ ของที่เราเก็บไว้ในไฟล์ มันนับเป็นการรักษาไว้ หรือแค่การยอมรับว่าของจริงไปแล้ว

ที่มา: CreativeApplications.Net · ผลงานโดย Simon de Diesbach

Photo credit: Simon de Diesbach via CreativeApplications.Net


ชวนดูของในเว็บ

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยเซรามิกงานทำมือ

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยที่ผิวยังเหลือรอยมือคนปั้นอยู่ เป็นของอีกฝั่งหนึ่งจากป่าที่ถูกถอดเป็นข้อมูล คือของที่ต้องถือถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด