กล่องที่เราแกะแล้ววางไว้ข้างตัว อาจเป็นส่วนที่ทำให้มองฟิกเกอร์ตัวเดิมต่างออกไป KOKOROBI x Akaku เอางานวาดใหม่ของศิลปินสองคนมาวางรอบตัวละครที่มีอยู่แล้ว ทั้งบนกล่องและการ์ดข้อความ เป็นคอลแลบที่ต้องมองของทั้งชุด ถึงจะเห็นว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ภาพเปิดตัวโครงการฟิกเกอร์ KOKOROBI ร่วมกับศิลปินจาก Akaku
ภาพ: FUFUTIETIE via PR TIMES

FUFUTIETIE แบรนด์อาร์ตฟิกเกอร์ที่นำสัญลักษณ์จากวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกมาตีความใหม่ จับมือกับ Akaku กลุ่มครีเอเตอร์ของ ASOBISYSTEM ในโครงการ KOKOROBI CREATORS PROJECT รุ่นแรกเปิดรับจองเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 โดยมี จิอากิ ฮาราดะ และ BEY มารับหน้าที่วาดตัวละครคนละตัว

รายละเอียดที่ควรอ่านให้ชัดคือ ตัวฟิกเกอร์ยังใช้รูปทรงและการลงสีเหมือนรุ่นปกติ งานวาดครั้งนี้อยู่บนบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ที่มาด้วยกัน เราจึงไม่ได้กำลังดูภาพวาดที่ถูกปั้นขึ้นใหม่ แต่กำลังดูว่าภาพอีกภาพหนึ่งจะเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใกล้ของบนชั้นได้แค่ไหน

คนวาดสองคน กับตัวละครที่มีเรื่องของตัวเอง

ฮาราดะรับหน้าที่วาดเจ้าแม่กวนอิมพันมือ หรือเซ็นจูคันนง เธอทำงานกับความรู้สึกด้านลบ ความเจ็บปวด และความขัดแย้งในใจ ผ่านภาพสีจัดกับข้อความตรง ๆ พอมาเจอกับตัวละครที่เกี่ยวกับการยื่นมือช่วยคนอื่น การจับคู่นี้ก็มีเรื่องให้คิดต่อโดยไม่ต้องอธิบายด้วยคำว่าโชคดีเพียงอย่างเดียว

ฟิกเกอร์เจ้าแม่กวนอิมพันมือรุ่นปกติที่ใช้ในชุดของจิอากิ ฮาราดะ
ภาพ: FUFUTIETIE via PR TIMES · ตัวฟิกเกอร์ใช้รูปทรงและสีรุ่นปกติ

หน้าอย่างเป็นทางการของสินค้าระบุรายละเอียดอย่างสิงโตขาวเหนือศีรษะ มือที่ประนมอยู่ตรงกลาง และมือหลายข้างที่แผ่ออกด้านหลัง สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ครบในตัวฟิกเกอร์ ขณะที่ภาพวาดบนกล่องเปิดพื้นที่ให้ฮาราดะตอบกลับตัวละครด้วยภาษาของเธอเอง เรามองงานสองแบบข้างกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้แบบหนึ่งมาแทนอีกแบบ

ฝั่ง BEY เลือกไดโคคุเท็น เทพที่เชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ เขาเรียกแนวทางของตัวเองว่า WAMERICAN ซึ่งนำศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาเจอกับป็อปคัลเจอร์อเมริกัน พื้นฐานแบบนี้ทำให้โจทย์ของเขาอยู่ที่การเล่าของคุ้นตาด้วยน้ำเสียงอีกแบบ มากกว่าการยืมสัญลักษณ์มาใช้ให้คนจำได้เฉย ๆ

ฟิกเกอร์ไดโคคุเท็นรุ่นปกติที่จับคู่กับงานวาดของ BEY
ภาพ: FUFUTIETIE via PR TIMES · ตัวฟิกเกอร์ใช้รูปทรงและสีรุ่นปกติ

กล่องทำงานต่อ หลังจากเราเปิดมัน

ในชุดมีฟิกเกอร์ กล่องเฉพาะคอลแลบที่ใช้ภาพวาดใหม่ และการ์ดข้อความจากครีเอเตอร์ พร้อมสติกเกอร์สำหรับผู้จอง พอมองในมุมออกแบบ กล่องจึงมีหน้าที่มากกว่าห่อของให้เดินทางมาถึงมือ มันเป็นพื้นที่ที่ศิลปินทำงานได้เต็มที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนแม่พิมพ์ของตัวละคร

สำหรับคนที่ชอบเก็บกล่องอยู่แล้ว เรื่องนี้คงเข้าใจได้ทันที บางครั้งเราจัดกล่องไว้ด้านหลังของเล่น เพราะอยากเห็นภาพกับตัวของจริงพร้อมกัน ภาพแบนเล่าได้อย่างหนึ่ง ตัวสามมิติเล่าได้อีกอย่างหนึ่ง และข้อความบนการ์ดก็อาจทำให้กลับมาดูรายละเอียดที่ตอนแรกเดินผ่านไปเฉย ๆ

ภาพประกอบแนวคิดการทำงานร่วมกันของ FUFUTIETIE และ Akaku
ภาพ: FUFUTIETIE via PR TIMES

การให้งานวาดอยู่ข้างตัวฟิกเกอร์ยังต่างจากแนวทางของ Mijikaru Collection ที่ย้ายภาพวาดมาเป็นฟิกเกอร์ อยู่พอสมควร ฝั่งนั้นสนุกกับการแปลงภาพให้จับต้องได้ ส่วนชุดนี้เก็บระยะระหว่างภาพวาดกับวัตถุเอาไว้ แล้วให้คนที่นำไปวางบนชั้นเป็นคนหาความเชื่อมโยงเอง

เลือกตัวที่อยากอยู่ด้วย

อีกจุดที่เปลี่ยนคือวิธีซื้อ KOKOROBI รุ่นปกติขายแบบกล่องสุ่ม แต่คอลแลบนี้ให้เลือกตัวละครได้และผลิตตามยอดสั่ง ความรู้สึกตอนตัดสินใจจึงต่างกัน เรารู้ก่อนเปิดกล่องว่าจะได้ใคร และเลือกได้ว่าชอบงานของศิลปินคนไหนหรือผูกพันกับตัวละครใดมากกว่า

ภาพแนะนำชุดคอลแลบ KOKOROBI ที่เปิดให้เลือกตัวละครและผลิตตามยอดสั่ง
ภาพ: FUFUTIETIE via PR TIMES

รอบจองล่วงหน้าอยู่ระหว่าง 26 ถึง 30 กันยายน ก่อนเข้าสู่รอบรับจองปกติตั้งแต่ 1 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายน 2026 และวางแผนส่งมอบภายในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลของแบรนด์ ช่วงเวลาระหว่างเลือกกับได้รับของจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสะสมครั้งนี้ด้วย

พอของมาถึง คนหนึ่งอาจเก็บกล่องเข้าตู้ อีกคนอาจตั้งมันไว้ข้างฟิกเกอร์ตลอด น่าลองสังเกตเหมือนกันว่า เมื่อเรามองตัวละครเดิมผ่านภาพที่ใครอีกคนวาดให้ ส่วนไหนของมันจะกลายเป็นส่วนที่เราจำได้ก่อน

ช่องทางเจ้าของงาน: โครงการ KOKOROBI x Akaku และ Akaku

อ้างอิง: ประกาศจาก FUFUTIETIE ผ่าน PR TIMES และ รายละเอียดชุดของจิอากิ ฮาราดะจากร้านทางการ

Photo credit: FUFUTIETIE via PR TIMES; ภาพสินค้าปิดท้ายจากร้าน naivefloraltattoo บน Portjolio


เพื่อนตัวเล็กที่พาออกไปด้วยได้

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ
ภาพ: ร้าน naivefloraltattoo บน Portjolio

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ เป็นอีกวิธีพาตัวละครเล็ก ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน คราวนี้เปลี่ยนจากชั้นวางมาอยู่กับของที่เราหยิบออกจากบ้าน

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด