วิธีง่ายที่สุดในการเอางานศิลปะดัง ๆ มาใส่นาฬิกา คือพิมพ์รูปลงหน้าปัดแล้วจบ ทำกันมาไม่รู้กี่เจ้าแล้ว ได้ของที่ขายหมดเร็วและลืมเร็วพอกัน
Classic Fusion Balloon Dog by Jeff Koons ที่ Hublot เปิดตัวที่นิวยอร์กเมื่อ 16 กันยายน 2026 ไม่ได้ทำแบบนั้น หน้าปัดไม่มีรูปหมาลูกโป่ง แต่ทั้งเรือนโดนเป่าให้พองแทน

เอาความพองมา ไม่ได้เอารูปมา
ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือน หน้าปัด หลักชั่วโมง ไปจนถึงตัวล็อกสาย ถูกดันให้โค้งมนขึ้นทั้งหมด เหมือนของที่มีลมอยู่ข้างใน หลักชั่วโมงเป็นโดมนูนอัดซูเปอร์ลูมิโนวาสีขาวแบบสามมิติ ไม่ใช่ขีดแบน ๆ แบบที่คุ้นกัน
แล้วเขาก็แอบเล่นมุกไว้หลายจุด ตรงตำแหน่ง 10 นาฬิกาครึ่งมีชิ้นยางยื่นออกมาเป็นหางหมาลูกโป่ง เม็ดมะยมทำรูปทรงเหมือนจุกเติมลม เข็มวินาทีถ่วงน้ำหนักด้วยหมาลูกโป่งตัวจิ๋วที่ปลายอีกด้าน สายมีแผ่นโลหะบุนวมเป็นลอน ลายเซ็นศิลปินอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

สิ่งที่เราชอบคือมันเป็นการอ่านงานต้นฉบับ ไม่ใช่การก๊อป ประติมากรรม Balloon Dog ที่ Koons ทำระหว่างปี 1994 ถึง 2000 ไม่ได้ดังเพราะรูปหมา มันดังเพราะเหล็กสเตนเลสหนักเป็นตันถูกขัดจนเงาและโค้งจนคนเชื่อว่ามันเบา นั่นคือมุกทั้งหมดของงานชิ้นนั้น
พอเอามุกนั้นมาทำนาฬิกา สิ่งที่ต้องยกมาก็คือความพองกับความเงา ไม่ใช่หน้าหมา และเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ
สามสีที่ไม่ใช่สีของนาฬิกา
รุ่นนี้มีสามแบบ สเตนเลสขัดเงากระจก อะลูมิเนียมอะโนไดซ์สีน้ำเงิน และอะลูมิเนียมอะโนไดซ์สีแดง แบบละ 200 เรือน

สีน้ำเงินกับสีแดงจัดแบบนี้เป็นสีของลูกโป่ง ไม่ใช่สีที่วงการนาฬิกาหรูใช้กัน ปกติของแพงจะหนีไปทางเทา ดำ น้ำตาล เขียวเข้ม สีที่ดูสุภาพและไม่แย่งซีนเสื้อผ้า การเลือกอะโนไดซ์สีจัดเลยเป็นการยอมให้ของชิ้นนี้ดูเหมือนของเล่นนิดหนึ่ง ซึ่งตรงกับต้นทาง
อะลูมิเนียมก็ตลกดีในบริบทนี้ มันเป็นโลหะเบา ราคาไม่ได้สูง ใช้ทำกระป๋องน้ำอัดลม แล้วมันก็ถูกเอามาทำนาฬิกาลิมิเต็ดที่เลียนแบบของที่ทำจากยางกับลม ของสามชั้นนี้ยืมความเบาต่อกันไปเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าอะไรจริง

ข้างในเป็นเครื่อง HUB1710 ไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงานราว 50 ชั่วโมง กันน้ำ 50 เมตร กระจกแซฟไฟร์เคลือบกันสะท้อน ที่เขาไปแก้คือโรเตอร์ ดัดให้มนตามภาษาเดียวกับตัวเรือน คนใส่มองไม่เห็นตอนใส่อยู่ แต่มันคือการทำงานต่อจนสุดทาง
อีกเรือนที่เล่าเรื่องนิวยอร์ก
ในงานเดียวกันยังมี MP-14 Origin by Jeff Koons ขนาด 44 มิลลิเมตร ทำ 30 เรือน ตัวเรือนเป็นกล่องแซฟไฟร์ใสที่ต้องกัดขึ้นรูปราว 534 ชั่วโมง ข้างในเป็นวงแหวนทองคำขาวซ้อนกันเป็นชั้นวงโคจร ฝังเพชรเจียระไนบาแก็ตกับแซฟไฟร์น้ำเงินรวม 202 เม็ด ราว 2.6 กะรัต รอบโดมแซฟไฟร์สีน้ำเงินโปร่งแสง

บอกเวลาด้วยวงแหวนลอยหมุนสองวง ใช้เครื่อง HUB9014 ที่เป็นตูร์บิญองกลางแบบอัตโนมัติเรือนแรกของ Hublot มี 594 ชิ้นส่วน และไม่มีเม็ดมะยมให้เห็นเลย เพราะซ่อนกลไกไขลานกับตั้งเวลาไว้หมด
ชื่อ 14 มาจากถนนสายที่ 14 ในนิวยอร์ก ที่ตั้งของ New Museum ตอน Koons แสดงเดี่ยวครั้งแรกในปี 1980 ซึ่งบังเอิญเป็นปีที่ Hublot ตั้งบริษัทพอดี เป็นความบังเอิญที่เอามาเล่าได้สวยจนเราแอบสงสัยว่าใครเป็นคนสังเกตเห็นก่อน
ถ้าอยากเทียบกับงานที่เล่นกับกลไกคนละทาง เราเคยเขียนถึงนาฬิกาตั้งโต๊ะ Nostromo ที่ส่งมาเป็นชิ้นส่วนให้เจ้าของประกอบเอง ไว้ก่อนหน้านี้

เรื่องที่ค้างอยู่ในหัวคือ ลูกโป่งบิดหมาจริง ๆ อยู่ได้ไม่กี่วันก็แฟบ นั่นแหละคือเหตุผลที่คนจำมันได้ ของที่ทำขึ้นมาเพื่อไม่ให้แฟบ แล้วยืมหน้าตาของของที่แฟบแน่ ๆ มาใช้ จะเก็บอะไรจากต้นฉบับไว้ได้บ้าง
อ้างอิง: designboom, Hublot
Photo credit: Hublot via designboom
ของชิ้นนี้จากร้านใน Portjolio

แหวน Daydream ของชิ้นเล็กที่ใส่ติดตัวแล้วเปลี่ยนน้ำเสียงของทั้งมือ คนละสเกลกับนาฬิกาลิมิเต็ด แต่ทำงานกับสายตาแบบเดียวกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


