ตอนแตะบัตรเข้าชานชาลาที่โตเกียว แทบไม่มีใครก้มดูหน้าจอเครื่องอ่านบัตรหรอก มือแตะ เสียงติ๊ด แล้วก็เดินต่อ แต่ถ้าวันไหนบังเอิญก้มลงไปมอง จะเห็นเพนกวินตัวกลมยืนอยู่ตรงนั้น ยืนมาตั้งแต่ปี 2001 ตอนนี้ JR East กำลังเปิดให้คนทั้งโลกโหวตว่าใครจะมายืนแทนมัน

ข่าวคือเพนกวินจะทำงานวันสุดท้ายวันที่ 31 มีนาคม 2027 ส่วนการโหวตเปิดตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนถึง 23 กันยายนนี้ โหวตได้คนละหนึ่งเสียง ไม่จำกัดอายุ เพศ อาชีพ หรือสัญชาติ อยู่ประเทศไหนก็กดได้ ตัวที่ได้คะแนนมากที่สุดจะถูกประกาศวันที่ 18 พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 25 ปีของ Suica พอดี แล้วเริ่มงานจริงวันที่ 1 เมษายน 2027
เพนกวินที่ไม่เคยมีชื่อ
เรื่องที่คนนอกญี่ปุ่นมักไม่รู้คือเพนกวินตัวนี้ไม่มีชื่อ ผ่านมา 25 ปีก็ยังไม่มี คนเรียกมันว่า "เพนกวินของ Suica" กันเฉยๆ แบบนั้นเลย คนวาดคือ Chiharu Sakazaki นักวาดภาพประกอบสายหนังสือภาพเด็ก ตัวเพนกวินมาจากงานวาดของเธอก่อนที่ JR East จะหยิบมาใช้ตอน Suica เปิดตัวปลายปี 2001
ถ้าไปดูรูปเก่าๆ จะเห็นว่ามันเป็นงานสีน้ำ ขอบเส้นนุ่ม สีเหลื่อมกันนิดหน่อยแบบที่พู่กันจริงทำ หน้าตาก็เฉยๆ ไม่ยิ้มกว้าง ไม่กระโดดโลดเต้น แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ซึ่งพอเอามาวางบนเครื่องแตะบัตรที่คนเดินผ่านวันละหลายล้านครั้ง ความเฉยๆ นั่นแหละที่ทำให้มันอยู่ได้นาน มันไม่เรียกร้องอะไรจากเรา
สามตัวที่มาชิง

ตัว A เป็นกระรอก จุดที่เขาตั้งใจให้ดูคือแถบสีดำที่ลากยาวจากหัวลงไปจนสุดปลายหาง ไม่ขาดตอน เขาบอกว่าเอามาจากรางรถไฟ สื่อว่า JR East เป็นตัวเชื่อมคนกับชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน รูปทรงมนๆ ก็ตั้งใจให้รู้สึกเหมือนเพื่อนร่วมทาง

ตัว B เป็นกระต่าย หูใหญ่เพราะเขาอยากให้แปลว่าฟังโลกรอบตัวไปด้วยขณะที่กระโดดไปข้างหน้า สีม่วงก็ไม่ได้เลือกมาลอยๆ เขาอธิบายว่ามันคือสีน้ำเงินที่แปลว่าเดินทางราบรื่น ผสมกับสีแดงที่แปลว่าความตื่นเต้นตอนได้เจอของใหม่ ที่แปลกกว่าเพื่อนคือหน้ามันไม่ได้อยู่บนหัว แต่ไปอยู่กลางลำตัว

ตัว C แปลกสุด เพราะเขาไม่ยอมบอกว่ามันเป็นสัตว์อะไร ตั้งใจเบลอไว้แบบนั้น สิ่งที่บอกคือมันสะพายกระเป๋าใบเล็กที่มีตุ่นนั่งอยู่ข้างใน แล้วก็บอกว่าอยากให้รู้สึกถึงความใจดีและความตื่นเต้นตอนจะไปที่ใหม่ หน้ามันไม่ยิ้ม ปากเป็นเส้นหยักๆ ดูงงๆ มากกว่าดีใจ
สิ่งที่ทั้งสามตัวมีเหมือนกัน

ถ้าวางสามตัวเรียงกันแล้วหรี่ตามอง จะเห็นว่ามันพูดภาษาเดียวกันหมด สีแบนๆ ไม่มีไล่เฉด แขนขาอวบหนาเท่ากันทั้งเส้น ตาเป็นจุดดำกลมๆ ไม่มีตาดำตาขาวซับซ้อน ทุกตัวยืนหันหน้าตรง กางแขนออกสองข้าง
นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ และก็ไม่ใช่ว่าคนออกแบบขี้เกียจด้วย งานสีน้ำของ Sakazaki สวยก็จริง แต่ตอนมันเกิด มาสคอตยังอยู่แค่บนโปสเตอร์กับบัตรพลาสติก ไม่ได้ต้องย่อลงไปอยู่ในไอคอนแอปขนาดไม่กี่สิบพิกเซล ไม่ได้ต้องกลายเป็นสติกเกอร์ ไม่ได้ต้องปั้นเป็นตุ๊กตาสามมิติ หรือขยับได้บนจอในสถานี เส้นสีน้ำที่เหลื่อมกันนุ่มๆ ทำงานพวกนั้นได้ไม่ดีเท่ารูปทรงแบนที่ตัดขอบชัด
พูดอีกแบบคือ JR East ไม่ได้แค่หาสัตว์ตัวใหม่มาแทนตัวเก่า เขากำลังเปลี่ยนจากภาพประกอบไปเป็นระบบ การที่ทั้งสามตัวมาพร้อมภาพมุมหลังกับท่ากระโดดตั้งแต่วันแรก ก็บอกอยู่กลายๆ ว่าคิดเรื่องนี้มาแล้ว คนละแบบกับตอนที่ป้ายและสัญลักษณ์ของระบบขนส่งถูกออกแบบให้อยู่นิ่งๆ อย่างที่เราเคยเล่าไว้ใน เรื่องของ Helvetica กับรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก
แล้วทำไมต้องให้คนโหวต
ตรงนี้คือส่วนที่เราว่าน่าคิดที่สุด บริษัทขนาด JR East จ้างเอเจนซี่เลือกเองก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่เขาเลือกจะเปิดให้โหวต ซึ่งแปลว่ายอมรับไปในตัวว่าของชิ้นนี้ไม่ได้เป็นของเขาคนเดียวแล้ว
มาสคอตที่คนแตะผ่านทุกเช้าเป็นสิบๆ ปีมันต่างจากโลโก้บนนามบัตร คนรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของด้วย พอรู้สึกแบบนั้น การเปลี่ยนมันโดยไม่ถามก็เหมือนย้ายของในบ้านคนอื่น การโหวตเลยทำสองอย่างพร้อมกัน คือหาคำตอบ กับทำให้คนที่ไม่ชอบผลลัพธ์ยังรู้สึกว่ามีส่วนอยู่บ้าง
เสียงตอบรับก็ไม่ได้ไปทางเดียวกันหมด ในโซเชียลญี่ปุ่นมีทั้งคนบอกว่าน่ารักดี กับคนที่บอกตรงๆ ว่าเพนกวินดีกว่า ซึ่งพอเดาได้ เพราะของที่อยู่กับเรามา 25 ปี ต่อให้ตัวใหม่ดีแค่ไหน รอบแรกที่เห็นมันก็ยังไม่ใช่อยู่ดี
เรายังไม่รู้ว่าตัวไหนจะชนะ รู้แค่ว่าวันที่ 1 เมษายน 2027 จะมีใครสักตัวยืนอยู่ตรงเครื่องแตะบัตรแทนเพนกวิน แล้วอีกสักสิบปี คนที่เพิ่งหัดใช้บัตรตอนนั้นก็คงจำได้แค่ตัวนั้นตัวเดียว
ข้อมูล: Spoon & Tamago, Nikkei, JR East
Photo credit: JR East via Spoon & Tamago
ชวนดูของในเว็บ

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ ตัวละครเล็กๆ ที่ห้อยติดกระเป๋าไปไหนมาไหนด้วยทุกวัน ก็ทำงานคล้ายมาสคอตตรงเครื่องแตะบัตรอยู่เหมือนกัน คือเห็นจนชินแล้วค่อยผูกพันทีหลัง
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


