ก้อนผ้าสีน้ำตาลอ่อนเบียดกันจนเต็มที่นั่ง มองแวบแรกก็คล้ายเกี๊ยวที่เรียงแน่นอยู่ในถาด แต่พัฟ MOMOS ของ GAN ไม่ได้หยุดอยู่ที่มุกว่าของกินกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ พอขยับเข้าไปดู เราจะเริ่มสนใจรอยพับ ช่องว่าง และเงาเล็ก ๆ ระหว่างผ้าแต่ละก้อน มากกว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมของที่นั่งเสียอีก

นี่คือผลงานของ José A. Gandía-Blasco Canales ในคอลเลกชันที่มีทั้งพรม พัฟ และหมอนอิง สิ่งที่ใช้ร่วมกันไม่ใช่แค่สี แต่เป็นผิวสามมิติซึ่งกินพื้นที่จริง ลองนึกถึงเบาะเรียบที่พิมพ์ลายก้อนกลมลงไป เราจะได้ภาพหนึ่งแบบ ส่วน MOMOS ทำให้แสงต้องตกกระทบและหลบไปตามร่องจริง ๆ ลายจึงเปลี่ยนไปพร้อมกับมุมมองของเรา
ก่อนจะดูเหมือนเกี๊ยว มันเริ่มจากงานผ้า
GAN เล่าว่านักออกแบบพบงานสิ่งทอท้องถิ่นระหว่างเดินทางไปยังรัฐ Maranhão ทางตอนเหนือของบราซิลเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน ภาพของผ้านั้นติดอยู่ในความทรงจำ ก่อนจะถูกพัฒนาร่วมกับช่างปักหญิงในโครงการ GAN Women Unit ที่อินเดีย แบรนด์อธิบายโครงสร้างของมันว่าเชื่อมโยงกับรูปทรงไข่ผีเสื้อ ส่วนความคล้ายเกี๊ยวเป็นอีกภาพที่คนดูอย่างเรานึกถึงได้

รายละเอียดนี้ทำให้อ่านงานต่างออกไปนิดหนึ่ง เพราะความแปลกของมันมีงานฝีมือรองรับอยู่ ไม่ได้เกิดจากการเลือกวัตถุขำ ๆ มาขยายให้ใหญ่เพียงอย่างเดียว จากสิ่งที่นักออกแบบเห็นในบราซิล ผ่านการออกแบบในสเปน แล้วมาถึงมือช่างในอินเดีย การแปลงความทรงจำให้เป็นของใช้ต้องอาศัยคนที่เข้าใจว่าจะทำให้ผ้าเกิดรูปได้อย่างไร
เราอาจไม่รู้วิธีปักจากการดูภาพ แต่เห็นผลของมันได้ทันที ผ้าที่ปกติทำหน้าที่คลุมโครงกลับกลายเป็นส่วนที่กำหนดหน้าตาของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเอาผิวนี้ออก สิ่งที่เหลือก็แทบเป็นที่นั่งคนละตัวแล้ว นี่จึงเป็นงานที่ควรมองรอยต่อพอ ๆ กับมองรูปทรงโดยรวม

ความนุ่มที่เห็น กับความนุ่มที่ต้องลอง
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าพัฟใช้ผ้าขนสัตว์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีโฟมอยู่ด้านใน และถอดปลอกได้ วัสดุจึงทำงานสองระดับ โฟมรับหน้าที่เป็นเนื้อของที่นั่ง ส่วนผ้าขนสัตว์สร้างรายละเอียดบนผิว ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าก้อนที่เห็นไม่ใช่ชิ้นแข็งซึ่งทำไว้ให้ดูนุ่มเฉย ๆ แต่ก็ยังบอกแทนการลองนั่งจริงไม่ได้ว่าจะรองรับตัวเราแบบไหน

ในภาพสินค้าสีคาเมล รอยพับแต่ละจุดมีน้ำหนักมากกว่าลวดลายสีจัด ผิวส่วนที่รับแสงดูอ่อน ส่วนร่องดูเข้มขึ้น เราเลยเห็นความหนาได้โดยไม่ต้องมีสีหลายสีช่วยแยก ถ้าวางของแบบนี้ในห้องเรียบ ๆ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจะเป็นรายละเอียดให้สายตาไล่ตาม ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสีสดกลางห้องเสมอไป
แนวคิดเรื่องการรับรู้วัสดุผ่านสายตานี้ชวนให้นึกถึง โคมไฟ SOFT ของ TJ O’Keefe ซึ่งใช้ผ้าขนสัตว์กับของใช้คนละประเภท ทั้งสองเรื่องเปิดโอกาสให้เรามองเนื้อผ้าก่อนนึกถึงหน้าที่ของวัตถุ สำหรับ MOMOS ความอยากเอื้อมมือไปแตะเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้คิดว่าจะนั่งตรงไหน

ลายเดียวกันไม่ได้ให้ความรู้สึกเดียวกันเสมอ
คอลเลกชันมีทั้งคาเมลและสีเทาถ่าน เมื่อเปลี่ยนเป็นเทาถ่าน ความเชื่อมโยงกับอาหารอาจถอยไป แล้วโครงสร้างของก้อนกับร่องก็เด่นขึ้นแทน สีจึงไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกให้เข้ากับโซฟาที่บ้าน มันเปลี่ยนสิ่งที่เรานึกถึงเมื่อเจอรูปทรงเดียวกันด้วย คนหนึ่งอาจเห็นเกี๊ยว อีกคนอาจเห็นกลุ่มเมล็ดหรือผิวของสิ่งมีชีวิต

เมื่อผิวเดียวกันย้ายจากพัฟไปอยู่บนพรมและหมอนอิง เราก็เห็นว่ามันไม่จำเป็นต้องผูกกับเฟอร์นิเจอร์ชนิดเดียว บนที่นั่งเรารอจะสัมผัสมันด้วยตัว บนพรมเรามองมันกินพื้นที่ไปกับพื้นห้อง ขนาดและตำแหน่งของของใช้เปลี่ยนวิธีที่เราเจอกับลาย แม้ภาษาของผ้ายังเป็นชุดเดิม
ภาพแรกอาจทำให้เราหยุดเพราะมันเหมือนของกิน แต่สิ่งที่เหลือให้ดูต่อคือผ้าธรรมดาจะมีรูปร่างได้มากแค่ไหน บางทีความรู้สึกต่อที่นั่งสักตัวอาจเริ่มจากรอยพับเล็ก ๆ ก่อนที่เราจะได้ลองนั่งเสียอีก
อ้างอิง: คอลเลกชัน MOMOS จาก GAN, ข้อมูลพัฟสีคาเมล และ เอกสารวัสดุของพัฟ
Photo credit: GAN · ภาพสินค้าปิดท้ายจากร้าน Workspace SS ใน Portjolio
ของใช้ที่ให้เราอยู่กับรายละเอียดของผิว

Shoreline Yunomi Cup พาเรื่องการสัมผัสกลับมาอยู่ในของชิ้นเล็กที่เราได้จับจริงระหว่างวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


