บนสเปซิเมนของฟอนต์ตัวนี้ มีประโยคหนึ่งเขียนว่า Je vais checker mes emails ใครเรียนฝรั่งเศสมาจะรู้ทันทีว่ามันผิด คำว่า checker ไม่ใช่ภาษาฝรั่งเศส แต่คนฝรั่งเศสพูดแบบนี้กันจริงๆ ทุกวัน

อีกประโยคเขียนว่า J'ai liké อันนี้ยิ่งชัด เอา like มาผันเป็นกริยาฝรั่งเศสดื้อๆ เลย

ตัวอักษรคำว่า Franglais แบบเอียง สีครีมบนพื้นส้ม
ชื่อฟอนต์เขียนด้วยตัวเอียงของมันเอง · ภาพ: Emigre / John Downer

ฟอนต์ Franglais เพิ่งออกจาก Emigre เมื่อต้นเดือนนี้ ออกแบบโดย จอห์น ดาวเนอร์ และชื่อมันก็บอกทุกอย่างแล้ว franglais คือคำที่คนฝรั่งเศสใช้เรียกภาษาของตัวเองที่มีอังกฤษปนอยู่จนแยกไม่ค่อยออก

ฟอนต์ที่ใช้เวลาทำ 26 ปี

ดาวเนอร์เริ่มร่างตัวนี้ตั้งแต่ปี 2000 แล้วทำๆ หยุดๆ มาเรื่อยจนเพิ่งเสร็จปีนี้ รวมแล้ว 26 ปี

เขาไม่ได้อ้างอิงจากฟอนต์ตัวไหนโดยตรง แต่อ้างอิงจากป้ายที่ไม่มีอยู่จริง คือจินตนาการว่าถ้าปารีสหลังปลดปล่อยปี 1944 มีป้ายร้านที่เขียนด้วยมือ ผสมระหว่างตัวพิมพ์โลหะแบบยุคนั้นกับลายชอล์กบนกระดานเมนูหน้าร้าน มันจะหน้าตาแบบไหน

ตัวพิมพ์ใหญ่สีแดงบนพื้นครีม เขียนว่า C'EST UN WALK-OVER
ตัวพิมพ์ใหญ่ที่ปลายเส้นยังเห็นร่องรอยของการเขียนด้วยมือ · ภาพ: Emigre / John Downer

วิธีทำก็ตรงกับที่มา เขาใช้สิ่งที่เรียกว่า ruler writing คือใช้ไม้บรรทัดคุมเส้นฐานเวลาเขียนซ้ำหลายบรรทัด ซึ่งเป็นวิธีของคนเขียนป้าย ไม่ใช่วิธีของคนวาดตัวอักษรบนจอ

ตรงนี้สำคัญ เพราะดาวเนอร์ไม่ได้เป็นแค่นักออกแบบตัวอักษร เขาเขียนป้ายด้วยมือมาทั้งชีวิต เป็นช่างป้ายที่มาทำฟอนต์ ไม่ใช่นักออกแบบที่ไปเลียนแบบป้าย

ตัวเอียงที่หมุน ไม่ใช่ตัวเอียงที่ถูกดัน

รายละเอียดที่เราชอบที่สุดอยู่ที่ตัวเอียง

ตัวเอียงส่วนใหญ่ที่เจอในโปรแกรมทั่วไปคือการเอาตัวตรงมาดันให้ล้ม เส้นเดิมทุกเส้น แค่เอียงไป 12 องศา แต่ของ Franglais เขาบอกว่าความเอียงมันมาจากการหมุน ไม่ใช่การดัน

ผลคือน้ำหนักของเส้นเปลี่ยนตำแหน่งไปตามการหมุนจริงๆ เหมือนพู่กันที่พลิกข้อมือ ไม่ใช่ตัวอักษรที่ถูกซอฟต์แวร์บิด อ่านแล้วรู้สึกว่ามันขยับได้เอง

ประโยคภาษาฝรั่งเศสปนอังกฤษ Ca fait un super look เขียนด้วยตัวเอียงสีครีมบนพื้นส้ม
ตัวเอียงที่ความเอียงมาจากการหมุน ไม่ใช่การดันตัวตรงให้ล้ม · ภาพ: Emigre / John Downer

ทำไมเรื่องนี้ใกล้ตัวคนไทยมาก

อ่านสเปซิเมนไปสักพักเราก็ขำ เพราะเราพูดแบบนี้กันทุกวันเหมือนกัน

เช็คเมล เคลียร์งาน ก๊อปไฟล์ ลุคดี ฟิตติ้ง ดราฟต์แรก เบรกก่อน สแตนด์บายไว้ ไม่มีใครรู้สึกว่าผิด เพราะมันคือภาษาที่ใช้อยู่จริง

ที่ฝรั่งเศสเรื่องนี้เคยเป็นประเด็นใหญ่ถึงขั้นออกกฎหมายคุมภาษาในสื่อ ส่วนบ้านเราไม่เคยมีใครไปห้ามใคร คำมันเลยไหลเข้ามาแล้วกลืนไปเงียบๆ

ประโยค Je vais checker mes emails สีแดงบนพื้นม่วง และ Je vais faire mon footing สีครีม
ประโยคตัวอย่างในสเปซิเมนคือภาษาฝรั่งเศสปนอังกฤษที่คนใช้จริง · ภาพ: Emigre / John Downer

สิ่งที่ Franglais ทำได้ดีคือมันไม่ได้ล้อภาษาปนแบบขำๆ แล้วจบ ตัวอักษรเองก็ปนเหมือนกัน คือมีความเป็นตัวพิมพ์โลหะอยู่ในโครง แต่มีความเป็นลายมือช่างป้ายอยู่ในปลายเส้น สองอย่างนี้ไม่ควรอยู่ด้วยกัน แต่พออยู่แล้วมันไม่ขัดกันเลย

ในชุดมีสามแบบ Roman · Italic · Informal ราคาเริ่มที่ 39 ดอลลาร์ต่อสไตล์ ยกชุด 99 ดอลลาร์ มีลิเกเจอร์พิเศษให้เล่นด้วย

คำว่า SUPER ตัวพิมพ์ใหญ่สีครีมบนพื้นม่วง กับประโยค Une peine dans le neck สีแดง
ตัวโรมันกับตัวเอียงวางคู่กันในสเปซิเมนเดียว · ภาพ: Emigre / John Downer

ของที่ใช้เวลานานกว่าจะปล่อย

เราเพิ่งเขียนถึง Neotype ที่มาร์ก ไซมอนสัน เริ่มไว้ตั้งแต่ปี 1976 แล้วเพิ่งทำจบปีนี้ พอเจอ Franglais ที่เริ่มปี 2000 ตามมาติดๆ เลยอดคิดไม่ได้ว่ามันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในวงการฟอนต์ตอนนี้

ยุคที่ฟอนต์ถูกเจนขึ้นมาได้เป็นชุดในไม่กี่นาที คนที่ยังนั่งเกลาตัวเดิมมายี่สิบกว่าปีก็เลยดูโดดออกมาเป็นพิเศษ

ประโยค J'ai like สีแดงบนพื้นครีม และ Une affaire steamy สีม่วง
like ถูกผันเป็นกริยาฝรั่งเศส แล้วเซตด้วยฟอนต์ที่ทำมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ · ภาพ: Emigre / John Downer

เราชอบที่ Emigre เลือกใช้ประโยคภาษาปนเป็นตัวอย่างในสเปซิเมน แทนที่จะใช้ประโยคสวยๆ ที่ไม่มีใครพูด เพราะมันบอกตรงๆ ว่าฟอนต์นี้ตั้งใจให้ใช้กับภาษาที่คนใช้กันจริง ไม่ใช่ภาษาที่ควรจะเป็น

ถ้ามีคนทำฟอนต์แบบนี้ให้ภาษาไทยที่พูดปนอังกฤษบ้าง ตัวอักษรมันควรมีหน้าตายังไง เราคิดไม่ออกจริงๆ แต่ก็อยากเห็น

ข้อมูล: Emigre · typecache.com

Photo credit: ภาพ: Emigre / John Downer


ชวนดูของในเว็บ

เสื้อยืด Inspo Gone Creativity Tee จากร้าน Portjolio

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อที่เอาตัวอักษรมาเป็นตัวเดินเรื่องทั้งตัว เหมือนป้ายที่เดินได้

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด