ตัวอักษรบางตัวในชื่อเรื่องดูเหมือนจะอยู่นิ่งได้ไม่นาน หางยื่นออกมา เส้นโค้งเปลี่ยนทิศ แล้วคำทั้งคำก็มีท่าทางของตัวเอง Fantastic Mr. Font เป็นฟอนต์ที่เปิดช่องให้ทำแบบนั้น และในงานของ Baxter & Bailey ปี 2026 มันถูกนำมาใช้เป็นฐานของโลโก้ชื่อเรื่อง 20 ชุด สำหรับเรื่องเล่าของ Roald Dahl โดยไม่บังคับให้ทุกเรื่องพูดด้วยน้ำเสียงเดียวกัน

ลองคิดถึงเวลาต้องออกแบบปกให้หนังสือหลายเล่มอยู่ในชุดเดียวกัน ใช้ฟอนต์เดียวทั้งหมดก็จำง่ายดี แต่ถ้าเรื่องหนึ่งขี้เล่น อีกเรื่องมีด้านมืด การเรียงชื่อด้วยสูตรเดียวกันอาจทำให้อารมณ์แบนลง งานนี้เจอโจทย์คล้ายกัน เพียงแต่ชื่อเหล่านี้ต้องเดินทางต่อไปไกลกว่าปกหนังสือ
Roald Dahl Story Company มีเรื่องที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวที ไปจนถึงสินค้า แบรนด์จึงต้องมีรูปแบบที่คนจำได้ และมีช่องให้แต่ละเรื่องแตกต่างกันด้วย เราจะทำให้ชื่อเรื่องมีนิสัยของมันเองได้แค่ไหน ก่อนที่คนจะเลิกมองว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน นี่เป็นคำถามที่อ่านได้จากงานชุดนี้
ฟอนต์หนึ่งชุด มีตัวอักษรให้เลือกมากกว่าหน้าตาเดียว
ฐานเดิมมาจากอัตลักษณ์ที่ Emily Oberman แห่ง Pentagram นิวยอร์กพัฒนา โดยร่วมกับโรงหล่อ Pangram Pangram นำ PP Acma มาปรับเป็น Fantastic Mr. Font สำหรับแบรนด์นี้โดยเฉพาะ ชื่อน่าขำหน่อย แต่สิ่งที่อยู่ข้างในเป็นระบบจริงจัง ตัวอักษรส่วนใหญ่มีรูปแบบทางเลือกให้หยิบใช้

Pentagram อธิบายว่ารูปแบบเหล่านั้นมีทั้งหางตวัด เส้นที่วนกลับ ช่องว่างข้างในตัวอักษรที่มีรูปร่างแปลกออกไป และตัวที่เอียงหรือพลิกทิศ สำหรับงานที่สื่อสารกับผู้ใหญ่ก็เลือกตัวที่เรียบร้อยกว่าได้ ความซนจึงไม่ได้ติดอยู่กับทุกคำแบบถอดออกไม่ได้ คนจัดวางยังเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้มันออกมาแค่ไหน
ตรงนี้ต่างจากการเลือกฟอนต์แล้วพิมพ์ให้จบ เพราะตัวเลือกภายในฟอนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบชื่อ ลองเปลี่ยนตัวอักษรเพียงตำแหน่งเดียว จังหวะของคำก็อาจเปลี่ยนตาม โดยไม่จำเป็นต้องเติมรูปประกอบเข้าไปอธิบายทุกครั้ง
วาดเพิ่ม 19 ตัว เพื่อชื่อเรื่อง 20 ชุด
Baxter & Bailey รับช่วงต่อด้วยการพัฒนาโลโก้ชื่อเรื่อง 20 ชุด และสร้างตัวอักษรเฉพาะเพิ่ม 19 ตัวเพื่อใช้ในงาน ชื่อแต่ละเรื่องจึงผ่านการจัดและปรับให้เป็นงานของมันเอง ตัวเลขสองชุดนี้บอกขนาดของโจทย์ได้ดี เพราะไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างฟอนต์ใหม่แยกให้ครบยี่สิบเรื่อง

เวลามองชื่อเรื่องเป็นรูปทั้งก้อน เราไม่ได้อ่านแค่ตัวสะกด ความยาวของคำ ระยะระหว่างบรรทัด และพื้นที่ว่างรอบเส้นโค้งล้วนเข้ามามีส่วน ลองมองภาพตัวอย่างโดยยังไม่รีบอ่านให้ครบ จะเห็นว่าชื่อเรื่องทำหน้าที่เป็นภาพได้ด้วย พออ่านออก ความหมายกับรูปร่างจึงค่อยทำงานพร้อมกัน

สำหรับเรา วิธีดูงานชุดนี้ให้สนุกคือวางชื่อเรื่องเทียบกัน แล้วค่อยไล่ดูว่าตรงไหนยังเหมือนกัน ตรงไหนเริ่มแยกตัวออกไป ถ้าดูทีละชิ้นอาจเห็นเพียงโลโก้ แต่พอเห็นหลายชิ้นพร้อมกัน จะเริ่มอ่านกติกาที่คอยประคองมันอยู่ กติกาที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกชิ้นหน้าตาเท่ากันหมด
เรื่องนี้ต่อกับสิ่งที่เราเคยดูใน ภาพวาดข้อความของ Hunter Harvey ได้ตรงคำถามเดียวกันว่า ตัวอักษรทำให้เราได้ยินประโยคเปลี่ยนไปแค่ไหน ในงานชื่อเรื่อง ข้อความอาจสั้นมาก แต่พื้นที่ให้ตัดสินใจก็ไม่ได้เล็กตามจำนวนคำ

ชื่อเรื่องต้องไปต่อได้ เมื่อเปลี่ยนสื่อ
ผลลัพธ์ของโครงการรวมอยู่ในชุดแนวทางใช้งานแบรนด์ เพื่อให้การดัดแปลงเรื่องเล่าในครั้งต่อไปมีฐานร่วมกัน คนที่รับงานต่อจึงไม่ต้องเดาใหม่ทุกครั้งว่าใช้ชื่ออย่างไรถึงจะยังจำได้ ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ให้ปรับตามงานที่กำลังทำ นี่เป็นด้านที่ไม่ค่อยเห็นเวลามองแค่ภาพเปิดตัวสวย ๆ

ถ้าหยิบวิธีคิดนี้กลับมาดูงานของเราเอง จุดเริ่มอาจเป็นแค่ชื่อหนึ่งชื่อ ลองถามว่าตัวไหนควรอยู่นิ่ง และตัวไหนพอจะขยับได้ การเปลี่ยนทุกตัวอาจไม่ช่วยให้จำง่ายขึ้น บางครั้งแค่เหลือจุดที่ต่างอยู่จุดเดียว คนอ่านก็มีอะไรให้จำแล้ว
พอชื่อเรื่องมีท่าทางของตัวเอง เราอาจเริ่มรู้สึกถึงเรื่องข้างในตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดหน้าแรก ส่วนมันควรบอกแค่ไหน และควรเก็บอะไรไว้ให้คนอ่านเจอเอง ก็คงเป็นพื้นที่ที่ตัวอักษรยังลองเล่นต่อได้
ดูโครงการได้ที่ Baxter & Bailey และงานอัตลักษณ์ต้นทางของ Emily Oberman และทีม Pentagram
อ้างอิง: รายละเอียดโครงการจาก Baxter & Bailey และ Pentagram · งานชื่อเรื่องชุดปี 2026 พัฒนาต่อจากอัตลักษณ์เดิม ไม่ใช่การเปิดตัวฟอนต์ใหม่ในปีนี้
Photo credit: Baxter & Bailey · ™/© RDSC 2026 · © The Roald Dahl Story Company Limited · Charlie and the Chocolate Factory™ Warner Bros. Entertainment Inc.
ของชิ้นนี้จากร้านใน Portjolio

Inspo Gone Creativity Tee เป็นอีกชิ้นให้ลองมองการสื่อสารเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เมื่อพื้นที่เปลี่ยนจากหน้ากระดาษมาเป็นเสื้อที่เราใส่
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


