หูสีเขียวสองข้างแตกเป็นขั้นบันได เหนือหัวมีวงสีเหลืองลอยอยู่ แต่รอบตัวกลับเป็นแถบสีขอบคมที่วิ่งคนละทาง Dalek วางตัวละครใน The Digital (D)Evolution ให้ดูเหมือนหลุดมาจากเกมเก่า พอมองนานขึ้น เราจะเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรดึงสายตากว่ากัน ระหว่างเจ้าตัวตาโตตรงกลางกับพื้นหลังที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ

ชื่อจริงของเขาคือ James Marshall ศิลปินอเมริกันที่ทำงานทั้งภาพวาด ภาพประกอบ และงานบนผนัง ตัวละครที่คนจำได้ชื่อ Space Monkey ถึงจะมีคำว่าลิงอยู่ในชื่อ แต่เจ้าตัวอธิบายว่ามันเป็นหนู และใช้แทนมนุษย์ที่หลงอยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีกับความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอรู้ตรงนี้ หน้าตากวน ๆ ของมันก็เริ่มมีเรื่องให้คิดมากกว่าความน่ารัก
ตัวละครที่ไม่ได้อยู่เฉย ๆ บนพื้นหลัง
The Digital (D)Evolution รุ่นตัดขอบ เป็นงานร่วมกับ Diego Bergia ใช้การพิมพ์สกรีนบนกระดาษถึง 25 สี ขนาด 18 × 24 นิ้ว รายละเอียดนี้เปลี่ยนวิธีดูภาพไปพอสมควร เพราะรอยหยักที่ทำให้เรานึกถึงจอความละเอียดต่ำ ถูกนำมาพิมพ์เป็นสีทีละชั้นบนวัสดุที่จับได้จริง ภาพไม่ได้หยาบเพราะทำไม่ละเอียด มันเลือกเก็บความเป็นช่องสี่เหลี่ยมไว้
ตรงหูกับวงเหนือหัว เรามองเห็นขั้นของพิกเซลได้ชัด ขณะที่พื้นหลังมีทั้งเส้นเอียง ส่วนโค้ง และแถบสีแนวตั้ง ตัวละครกับฉากจึงเหมือนใช้วิธีวาดคนละชุด แต่ยังเบียดกันอยู่ในกระดาษแผ่นเดียว เราอ่านหน้าได้ก่อน แล้วค่อยเห็นว่าสีรอบ ๆ กำลังแย่งความสนใจอยู่ตลอด

วิธีคิดเรื่องพื้นที่ของเขามีส่วนมาจากกราฟฟิตี ในบทสัมภาษณ์กับ Juxtapoz เขาเล่าว่าการวาดบนผนังสอนให้รู้จักระยะ ขนาด และน้ำหนักของภาพ ต้องวาดแล้วถอยออกมาดู รวมถึงเลือกตำแหน่งให้คนมองเห็น สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมภาพที่มีสีมากขนาดนี้ยังมีจุดให้สายตาเกาะ ไม่ได้ใส่ทุกอย่างลงไปแล้วหวังว่าคนดูจะหาเจอเอง
เมื่อหน้าตาที่คนจำได้เริ่มจำกัดคนวาด
Space Monkey เคยเป็นเหมือนตัวแทนของเขา ใช้พูดแทนอารมณ์และความกังวล แต่ระหว่างเตรียมนิทรรศการในปี 2007 เขาเริ่มอึดอัดกับภาพจำที่ตัวเองสร้างขึ้น ข้อมูลในเว็บไซต์ของศิลปินเล่าว่าเขาค่อย ๆ แยก ปิดทับ และละลายตัวละคร จนรูปทรงเรขาคณิตกับสีมีบทบาทมากขึ้น
เราไม่จำเป็นต้องมองการเปลี่ยนแบบนี้ว่าเป็นการทิ้งของเดิมเสียทีเดียว ถ้าลองเอาตา ปาก และแขนขาออก สิ่งที่เหลือก็ยังเป็นวงกลม เส้น และพื้นที่สี ส่วนประกอบที่เคยช่วยให้เราจำบุคลิกของตัวละครได้ สามารถจัดใหม่ให้เรารู้สึกถึงความแน่น ความลึก หรือทิศทาง โดยไม่ต้องมีใครยืนอยู่กลางภาพ

ในภาพเรขาคณิตที่มีขอบกระดาษขาว สามเหลี่ยมสีชมพู เหลือง และเขียววางกลับหัวสลับกัน แถบสีฟ้าตรงกลางทำให้ตาไล่จากชั้นหนึ่งเข้าไปอีกชั้น ทั้งที่ภาพไม่ได้มีทางเดินจริง ๆ การซ้ำทำให้เราพอเดาระเบียบได้ ส่วนสีที่ตัดกันก็ทำให้บางส่วนดูยื่นออกมา บางส่วนเหมือนถอยเข้าไป
คนที่เคยดูงานสีของ Felipe Pantone อาจคุ้นกับการต้องเปลี่ยนวิธีมองตามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สำหรับภาพชุดนี้ของ Dalek แค่เลื่อนสายตาจากกลางภาพไปขอบ ภาพเดียวกันก็มีหลายจุดให้เริ่มอ่านใหม่ได้แล้ว

ให้ความวุ่นวายมีที่ยืน
The Balancing Act วางตัวละครสีเขียวไว้หน้าสามเหลี่ยมและวงกลมหลายสี แขน ขา และเส้นเล็ก ๆ ยื่นออกไปคนละทิศ ดวงตากลางตัวใหญ่จนเราเผลอมองกลับไปหามันอยู่เรื่อย ๆ พื้นหลังมีรูปทรงซ้ำคอยจัดระเบียบ แต่ท่าทางของตัวละครก็ทำให้ภาพไม่แข็งทื่อ

ชิ้นนี้เป็นภาพพิมพ์สกรีน 26 สี พิมพ์โดย DIY Printing ในซินซินแนติ เช่นเดียวกับ The Digital (D)Evolution การเห็นงานสองชิ้นข้างกันทำให้รู้ว่าตัวละครเดิมไม่ได้บังคับให้ภาพต้องพูดด้วยน้ำเสียงเดิมเสมอไป เปลี่ยนจากเส้นโค้งเป็นพิกเซล เปลี่ยนความแน่นของฉาก หรือขยับสัดส่วนเพียงบางจุด ความรู้สึกที่เราได้รับก็เปลี่ยนตาม
สำหรับเรา ส่วนที่น่าหยุดดูจึงอยู่ตรงการที่เขายังกลับมาใช้หน้าตาคุ้นเคย พร้อมกับเปิดที่ให้รูปทรงอื่นทำงานด้วย คนวาดอาจไม่จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะเก็บหรือทิ้งลายเซ็นของตัวเองตลอดไป บางครั้งแค่ยอมให้มันถอยไปอยู่ข้างหลัง ก็อาจมีภาพอีกแบบโผล่ขึ้นมาให้ทำต่อ
ดูผลงานและข้อมูลจากศิลปินได้ที่ ร้านทางการของ Dalek และเรื่องราวการทำงานของเขา
อ้างอิง: บทสัมภาษณ์ใน Juxtapoz และข้อมูลภาพพิมพ์จาก Dalek Designs
Photo credit: Dalek / Dalek Designs · The Digital (D)Evolution ร่วมกับ Diego Bergia · ภาพสินค้าจากร้าน naivefloraltattoo บน Portjolio
ตัวละครเล็ก ๆ ที่พกไปด้วยได้

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ เป็นอีกวิธีพาตัวละครออกจากภาพ มาอยู่กับของที่เราหยิบใช้ทุกวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


