ขอบสีหนึ่งไปจบตรงลายขาวดำพอดี ตาเราเลยเหมือนจะหาที่พักไม่ได้ งานของ Felipe Pantone ชวนให้รู้สึกแบบนั้น ภาพดูคมเหมือนกราฟิกในจอ แต่พอรู้ว่ามันเป็นชิ้นงานที่ตั้งอยู่ตรงหน้า คำถามก็เปลี่ยนจากทำด้วยโปรแกรมอะไร เป็นถ้าเราเดินไปอีกด้านจะเห็นอะไรแทน

สีสดจัดกับลายที่รบกวนสายตาไม่ได้เพิ่งมาเจอกันตอนเขาเข้าห้องจัดแสดง ในบทสัมภาษณ์กับ Juxtapoz เขาเล่าว่าการใช้ขาวดำตัดกับสีอิ่มจัดเริ่มจากความต้องการให้งานกราฟฟิตีของตัวเองมองเห็นชัดกว่างานข้าง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นภาษาที่ใช้ต่อมา
ที่มานี้ทำให้งานอ่านสนุกขึ้นนิดหนึ่ง ความเนี้ยบที่เห็นไม่ได้เริ่มจากการจัดสีให้สุภาพกับผนัง มันมีความอยากให้คนหันมองอยู่ด้วย เพียงแต่เมื่อคนหยุดแล้ว เขายังมีเรื่องของแสง วัสดุ และตำแหน่งที่เรายืนให้ตามดูต่อ
สีไม่ได้หยุดอยู่ที่ค่าสี
ชุด Optichromie เอาลายลวงตาขาวดำมาเจอกับสีอิ่มจัด เว็บไซต์ศิลปินระบุว่าชุดนี้เริ่มในปี 2014 ส่วน Optichromie 116 ในภาพเป็นงานปี 2019 และเป็นหนึ่งในผลงานที่ปรากฏในนิทรรศการ Prospectiva ที่บาเลนเซียช่วงปี 2023 ถึง 2024
เวลาเราดูภาพนิ่ง เราอาจเผลอเก็บงานทั้งชิ้นไว้ในหัวว่าเป็นงานสีรุ้ง แต่การมีขาวดำอยู่ด้วยทำให้สีไม่ได้ทำงานลำพัง ตาต้องสลับอ่านระหว่างส่วนที่มีสีเข้มข้นกับส่วนที่ใช้ความต่างของความสว่าง จังหวะการมองเลยสำคัญพอ ๆ กับการเลือกเฉด

อีกชุดคือ Subtractive Variability ซึ่งศิลปินอธิบายผ่านชั้นสีโปร่งแสงฟ้าอมเขียว แดงอมม่วง และเหลืองที่หมุนได้ พื้นที่ซ้อนกันทำให้เกิดสถานะของสีต่างออกไป ชิ้น Subtractive Variability Circular 34 เป็นตัวอย่างรูปแบบวงกลมที่อยู่ในนิทรรศการเดียวกัน
เราเลยไม่ได้ดูแค่สีที่ถูกเลือกมาแล้ว แต่ดูว่าการวางชั้นสีสัมพันธ์กันอย่างไร พอส่วนหนึ่งเคลื่อน ตำแหน่งที่ซ้อนก็เปลี่ยนตาม เรื่องนี้ต่างจากการเปลี่ยนภาพบนหน้าจอตรงที่วัสดุยังอยู่ตรงนั้น เราพอมองตามได้ว่าสิ่งที่เห็นเกิดจากอะไร
ใน บันทึกเรื่องสีของศิลปิน เขาวางสีจากแสงบนจอและสีจากสารสีไว้เป็นสองด้านของการทำงาน ถ้าอ่านผ่านงานเหล่านี้ ความเป็นดิจิทัลจึงไม่ได้อยู่แค่หน้าตาคม ๆ หรือผิวเงา แต่รวมถึงความคิดที่ว่าภาพหนึ่งภาพสามารถมีหลายสถานะได้
ถ้าภาษานี้กลายเป็นบ้าน

Casa Variable พาความคิดนี้ออกจากผนังไปอีกหน่อย โครงการปี 2021 ที่ทำร่วมกับนักออกแบบ Pablo Limón เป็นบ้านสมมุติซึ่งคิดผ่านสิ่งของทีละชิ้น มีทั้งแบบจำลอง แปลน โคมไฟ เก้าอี้ พรม ตู้รับจดหมาย และสระว่ายน้ำ จัดแสดงที่ Danysz ในปารีส
คำว่าบ้านสมมุติสำคัญ เพราะเราไม่ได้กำลังดูภาพบ้านที่สร้างเสร็จแล้วให้คนย้ายเข้าอยู่ แบบจำลองช่วยให้เห็นว่างานหลายประเภทจะอยู่ด้วยกันอย่างไร ส่วนสิ่งของแต่ละชิ้นก็ทำให้ความคิดนั้นมีขนาดและหน้าที่ที่เราเข้าใจได้ทันที

อย่าง Optichromie Dimensional Lamp ที่นำภาษาของชุดภาพมาอยู่ในโคมไฟ ข้อมูลโครงการระบุวัสดุเป็นหมึกยูวี อะคริลิกพีเอ็มเอ็มเอ และอะลูมิเนียม พร้อมจำนวนผลิตแปดชิ้น การขยับจากภาพไปเป็นโคมทำให้เราอดคิดเรื่องตำแหน่งวางและระยะมองไม่ได้ มันเข้ามาอยู่ในกิจวัตรแล้ว
จุดนี้ต่อกับเรื่อง YOSHIROTTEN ที่พาภาพดวงอาทิตย์ออกจากจอ ได้พอดี เมื่อภาพกลายเป็นวัตถุ สภาพแวดล้อมก็เข้ามามีส่วนกับสิ่งที่เราเห็น ภาพถ่ายช่วยให้รู้จักงานได้ แต่ไม่ได้แทนทุกจังหวะที่เราอาจพบเมื่ออยู่ใกล้มัน

พอเป็น SV Chair 1 ชื่อของชุด Subtractive Variability ก็เข้ามาอยู่ในของที่คนรู้จักด้วยร่างกาย เรารู้ว่าเก้าอี้ควรนั่งอย่างไรโดยไม่ต้องอ่านป้าย แต่พอเห็นมันเป็นผลงานศิลปะ ความคุ้นเคยนั้นก็ทำให้หยุดคิดเรื่องผิว รูปทรง และการใช้งานเพิ่มขึ้นอีกนิด
สำหรับเรา เสน่ห์ของการทำงานข้ามสื่อแบบนี้อยู่ตรงที่ศิลปินต้องตอบคำถามใหม่ทุกครั้ง ลายที่อ่านดีบนผนังไม่ได้บอกเองว่าจะไปอยู่บนเก้าอี้หรือโคมไฟอย่างไร การมีภาษาภาพที่จำได้จึงเป็นแค่จุดเริ่ม ยังมีเรื่องให้ลองต่อเมื่อเปลี่ยนวัตถุ
เรามักเก็บงานที่ชอบด้วยการถ่ายรูปแล้วเดินต่อ แต่งานของ Pantone ทำให้การเดินต่อมีความหมายอีกแบบ บางทีภาพที่เรายังไม่ได้เก็บ อาจอยู่ห่างจากจุดเดิมแค่หนึ่งก้าว
ช่องทางศิลปิน: Felipe Pantone
อ้างอิง: บทสัมภาษณ์ Juxtapoz · บันทึกเรื่องสี · คลังนิทรรศการ Prospectiva · Casa Variable
Photo credit: Felipe Pantone / คลังภาพบนเว็บไซต์ศิลปิน · ภาพสินค้า: workspace-ss บน Portjolio
เส้นสีบนของที่ใช้ทุกวัน

Blue Pinstripe Cup เป็นอีกชิ้นที่ชวนดูว่าเส้นสีทำงานอย่างไรเมื่อย้ายจากพื้นแบนมาอยู่บนผิวของใช้ที่เราหยิบหมุนได้
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


