ตัวเอกของหนังเรื่องนี้เป็นนาฬิกาปลุกสีแดง มีขาสั้น ๆ สองข้างงอกออกมาจากตัวเรือน แล้วมันก็เดินไปเดินมาอยู่ในเช้าวันหนึ่งที่ทุกอย่างผิดที่ผิดทางไปหมด
คนที่ปั้นมันขึ้นมาคือ Alistair Nicholls แอนิเมเตอร์ดินปั้นจากอังกฤษ หนังสั้นเรื่องนี้ชื่อ Running Late เขาใช้เวลาทำหนึ่งปี ด้วยทุนศูนย์บาท และจะปล่อยเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ของที่เดินได้
ที่มาของนาฬิกาตัวนี้เขาบอกตรง ๆ ว่ามาจาก Jan Švankmajer นักทำแอนิเมชันสายเซอร์เรียลชาวเช็ก คนที่ทำให้ของในบ้านขยับได้มาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีใครเรียกสิ่งนี้ว่าคอนเทนต์
อีกตัวที่โผล่มาในเรื่องคือจระเข้ที่บีบยาสีฟันออกมาจากปาก ตัวนี้ไม่ได้มีที่มาลึกซึ้งอะไร มันเกิดจากการนั่งขีด ๆ เขียน ๆ เล่นแล้วเขาชอบ เลยเอามาใส่

เราชอบที่เขาไม่พยายามอธิบายตัวจระเข้ให้ฟังดูมีความหมาย เพราะงานแบบนี้ถ้าเริ่มอธิบายทุกอย่าง มันจะกลายเป็นงานวิทยานิพนธ์ทันที ในขณะที่เสน่ห์จริง ๆ ของมันคือการไม่ต้องหาเหตุผลมารองรับ
จระเข้บีบยาสีฟันเป็นภาพที่เด็กห้าขวบก็คิดออก ความยากไม่ได้อยู่ที่คิด แต่อยู่ที่ยอมทำมันจริงทั้งที่โตแล้ว
ไม่สร้างฉาก ใช้ที่จริง
สิ่งที่เขาทำต่างจากงานสต็อปโมชันทั่วไปคือไม่ได้สร้างฉากขึ้นมาเลย เขาเอาตัวละครไปวางถ่ายในสถานที่จริง ซึ่งเป็นทางออกของคนที่ไม่มีงบ แต่ผลที่ได้กลับไม่ใช่การประหยัดอย่างเดียว

ฉากที่สร้างในสตูดิโอมักเนี้ยบเกินไปจนตัวละครดูลอย พอเอาดินปั้นไปวางบนพื้นจริงที่มีฝุ่น มีรอย มีแสงที่ควบคุมไม่ได้ ตัวละครกลับดูเหมือนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ความไม่เรียบร้อยของสถานที่ช่วยกลบความเป็นของปลอมของตัวละคร
เรื่องเวลาก็เป็นอีกเรื่อง เขาทำ Running Late แทรกไปกับงานที่รับเงินลูกค้า หมายความว่าหนึ่งปีที่ว่าไม่ใช่หนึ่งปีที่นั่งทำเรื่องนี้อย่างเดียว แต่เป็นหนึ่งปีของการกลับมาทำต่อทุกครั้งที่ว่าง
งานที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร
ประโยคที่เขาพูดแล้วเราคิดตามนานสุดคือ เขาอยากทำอะไรสักอย่างที่เป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่มีลูกค้า ไม่มีแบรนด์ มีแต่ไอเดียกับมุมมองของเขาเอง

อีกประโยคคือเขาอยากให้คนเห็นว่าเราทำอะไรให้ตัวเองได้ ไม่ต้องรอใครอนุญาต
ประโยคนี้มีน้ำหนักเพราะคนพูดไม่ได้ว่างงาน เขาเพิ่งทำแคมเปญให้ Coachella และ Renault มาหมาด ๆ แล้วก่อนหน้านั้นก็ปั้นตัวละครดินขนาดยักษ์ให้มิวสิกวิดีโอของ Charlie Puth
คนที่มีงานลูกค้าระดับนี้ในมือ ปกติจะบอกว่าไม่มีเวลาทำงานส่วนตัว ซึ่งก็จริงของเขา การเลือกเอาเวลาที่เหลืออยู่นิดเดียวไปลงกับนาฬิกาปลุกที่ไม่มีใครจ้าง จึงเป็นการตัดสินใจที่ต้องยอมเสียอะไรบางอย่างจริง ๆ
อีกอย่างที่ได้จากการทำงานแบบนี้คือความยาวของหนัง ไม่มีใครมากำหนดว่าต้องกี่วินาทีเพื่อให้ลงพอดีกับช่องโฆษณา เรื่องจะจบตอนที่มันควรจบ ไม่ใช่ตอนที่เวลาหมด
ทำไปแก้ไป
เขาอธิบายวิธีทำงานตัวเองว่าเป็นแบบด้นสด ทำไปตามที่มันพาไป ไม่นั่งตั้งคำถามกับไอเดียตัวเองซ้ำไปมา

สำหรับสต็อปโมชัน วิธีนี้ถือว่ากล้ามาก เพราะงานประเภทนี้ปกติต้องวางสตอรีบอร์ดละเอียดก่อนเริ่ม ถ่ายหนึ่งวินาทีใช้เฟรมสิบกว่าเฟรม การเปลี่ยนใจกลางทางแปลว่าของที่ปั้นไปแล้วอาจใช้ไม่ได้เลย
แต่เมื่อไม่มีลูกค้า ก็ไม่มีใครมาถามว่าทำไมแผนเปลี่ยน ข้อดีของงานที่ไม่มีคนจ่ายเงินคือมันพังได้โดยไม่มีใครเดือดร้อน
เรื่องการเอาการเคลื่อนไหวมาทำเป็นภาพนั้นเราเคยเขียนถึงอีกด้านหนึ่งไว้แล้วใน งานของ Yoneyama Mai ที่หยุดการเคลื่อนไหวของแอนิเมชันไว้ในภาพนิ่ง คนละทิศทาง แต่สนใจเรื่องเดียวกัน

หนังจะออกเดือนพฤศจิกายน ระหว่างนี้ที่พอจะดูได้มีแค่ภาพนิ่งกับคลิปสั้น ๆ ซึ่งก็พอจะเห็นแล้วว่านาฬิกาปลุกตัวนั้นเดินยังไง
คำถามที่ค้างอยู่คือ ของในบ้านเราที่มองทุกวันจนชิน ถ้ามันงอกขาขึ้นมาได้ ตัวไหนจะเดินไปไหนก่อนกัน
ติดตามงานของเขาได้ที่ alistairnichollsanimation.com และอินสตาแกรม @smileatthemoon_
ข้อมูลจาก It's Nice That
Photo credit: Alistair Nicholls via It's Nice That
ของชิ้นนี้จากร้านใน Portjolio

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ ตัวเล็ก ๆ ที่ปั้นทีละตัว เหมือนกองตัวประกอบที่รอคิวเข้าฉากอยู่
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


