เวลาขับรถบนทางหลวงในยุโรปแล้วมีรถบรรทุกแซงขึ้นมา สิ่งที่เราเห็นก่อนจะทันอ่านชื่อบริษัทคือรูปทรงของตัวอักษร ตัวใหญ่ กว้าง หนา บีบให้พอดีกับพื้นที่ข้างตู้ที่มีอยู่จำกัด ตัวอักษรพวกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้สวย มันถูกออกแบบให้อ่านได้ตอนวิ่งสวนกันที่ร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง

Seb McLauchlan กับ Luke Charsley จากโรงหล่อ Dinamo ใช้เวลาหกปีเก็บของพวกนี้ แล้วออกมาเป็นชุดฟอนต์ชื่อ ABC Schengen ที่มีทั้งหมด 108 ฟอนต์ในกล่องเดียว
ทำไมต้องชื่อ Schengen
ชื่อนี้มาจากเขตเชงเก้น พื้นที่ที่รถวิ่งข้ามพรมแดนได้โดยไม่ต้องหยุดตรวจ ซึ่งก็คือพื้นที่ที่ตัวอักษรพวกนี้เดินทางอยู่จริงๆ ป้ายข้างรถคันหนึ่งอาจตั้งต้นที่โปแลนด์ ผ่านเยอรมนี แล้วไปจอดที่ท่าเรือในเนเธอร์แลนด์ภายในวันเดียว
Seb บอกว่างานชุดนี้ดึงมาจากทุกอย่างที่เจอในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ตรงมาก เพราะตัวอักษรกลุ่มนี้ไม่ได้มาจากหนังสือหรือพิพิธภัณฑ์ มันมาจากที่ที่ไม่มีใครคิดว่าเป็นงานออกแบบ

สเก็ตช์แรกเกิดตั้งแต่ปี 2020 แล้วโปรเจกต์ก็ยืดออกไปหกปี ซึ่งฟังดูนานเกินเหตุจนกว่าจะเห็นว่าในกล่องมีอะไรบ้าง
108 ฟอนต์ แบ่งเป็นสี่ตระกูล
ABC Schengen ไม่ใช่ฟอนต์เดียวที่มีหลายน้ำหนัก แต่เป็นสี่ตระกูลที่คนละบุคลิกกันเลย
ตัวหลักคือ ABC Schengen ที่มีสามความกว้าง A B C ส่วนอีกสามตัวคือ Schengen Zone ที่รื้อ Serpentine ขึ้นมาใหม่ Schengen Line ที่คารวะ Peignot และ Schengen Core ที่ตีความ Haettenschweiler ตัวแคบยัดแน่นแบบที่เคยเห็นบนหัวข้อข่าวและปกเทป

Seb อธิบายว่าที่ต้องมีเยอะขนาดนี้เพราะเขาชอบฟอนต์ที่ให้คนจัดตัวอักษรเลือกอารมณ์ได้ตรงเป๊ะ ฟังแล้วเหมือนแก้ตัว แต่ถ้าเคยจัดหน้าแล้วรู้สึกว่าน้ำหนักที่มีอยู่มันหนักไปนิดเบาไปหน่อย ก็จะเข้าใจว่าเขาพูดถึงอะไร
วิธีคิดแบบซูเปอร์แฟมิลีที่ให้ผสมข้ามตัวได้ในงานเดียวไม่ใช่ของใหม่ เราเคยคุยเรื่องนี้ตอน Juncture ของ Lettermatic ที่รวมสี่บุคลิกไว้ในชุดเดียว แต่ Schengen ดันไปไกลกว่าตรงที่ยอมให้แต่ละตระกูลมีที่มาทางประวัติศาสตร์คนละสายเลย
ระหว่าง Helvetica กับ Eurostile
จุดที่ทำให้ชุดนี้มีรสชาติคือความตึงระหว่างสองขั้ว ด้านหนึ่งคือความเป็นกลางแบบ Helvetica อีกด้านคือมุมมนแบบจอทีวีของ Eurostile พอเปลี่ยนความกว้าง ความสัมพันธ์ระหว่างสองขั้วนี้ก็เปลี่ยนตาม ตัวแคบจะเอนไปทางตัวหนังสือธรรมดา ตัวกว้างจะเอนไปทางเครื่องจักร

นี่คือเหตุผลที่มันไม่ได้เป็นแค่ฟอนต์สายอินดัสเทรียลอีกตัว ฟอนต์แนวนี้ส่วนใหญ่เลือกข้างไปเลยว่าจะดิบหรือจะเนี้ยบ Schengen เลือกที่จะเลื่อนไปมาระหว่างสองอย่างนั้นด้วยแกนเดียว

ภาษาที่วิ่งอยู่บนถนนเดียวกัน
ส่วนที่เราชอบที่สุดคือการทำชุดอักขระ Fabian Harb กับ Jovana Jociić เข้ามาทำกรีกและซีริลลิกเพิ่ม เพื่อให้ครอบคลุมภาษาที่ใช้อยู่จริงในเขตนั้น
ถ้าคิดตามคอนเซปต์ของโปรเจกต์ ตรงนี้ไม่ใช่ของแถม รถที่วิ่งอยู่บนถนนเดียวกันไม่ได้เขียนป้ายด้วยอักษรละตินอย่างเดียว การจะบอกว่าฟอนต์ชุดนี้เก็บภาพของเขตเชงเก้นได้จริง ก็ต้องพูดได้หลายภาษาตามไปด้วย

ของที่ถูกทำมาเพื่อใช้งานล้วนๆ มักถูกมองข้ามอยู่แบบนั้นจนกว่าจะมีคนหยุดดู ป้ายข้างตู้คอนเทนเนอร์ ตัวเลขบนโฟล์กลิฟต์ ชื่อบริษัทขนส่งที่ไม่มีใครจำได้ ทั้งหมดนี้มีคนตัดสินใจเรื่องรูปทรงมาก่อนแล้วทั้งนั้น เราแค่ไม่เคยนับมันเป็นงานออกแบบ

คำถามที่เหลือคือ พอตัวอักษรจากท่าเรือถูกเก็บเข้ามาอยู่ในไฟล์ฟอนต์ที่ใครก็ซื้อไปใช้ได้ มันยังเป็นตัวอักษรของท่าเรืออยู่ไหม หรือกลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว
อ้างอิง: Dinamo (abcdinamo.com), It is Nice That
Photo credit: Dinamo (ภาพสเปซิเมนของโรงหล่อ เผยแพร่ผ่าน It is Nice That)
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อที่เอาตัวอักษรมาวางเป็นภาพหลักแบบเดียวกับที่ป้ายข้างรถทำมาตลอด
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


