รองเท้าบูตยังดูเป็นรองเท้าบูต แต่ส่วนที่ต่อขึ้นไปกลับเป็นโค้งสีเหลืองคล้ายร่างของอะไรสักอย่าง งานของ Woo Jin Joo ทำให้เราจำของตรงหน้าได้แค่บางส่วน แล้วต้องยืนดูต่ออีกหน่อยว่าที่เหลือนั้นคืออะไร ความรู้สึกคุ้นแต่เรียกไม่ถูกนี่แหละที่เธอเอามาทำเป็นประติมากรรม

ศิลปินเกิดในเกาหลีใต้ เติบโตระหว่างเกาหลีกับจีน และทำงานอยู่ในลอนดอน นิทรรศการ Bodily Inbetweenness ที่ Ruup & Form จัดระหว่างวันที่ 11 กันยายนถึง 13 พฤศจิกายน 2026 รวมงานปักด้วยจักรแบบอิสระ สิ่งทอ เซรามิก ประติมากรรม และภาพวาดไว้ในห้องเดียวกัน โดยปล่อยให้รูปทรงดูเหมือนยังเปลี่ยนไปได้อีก
ด้ายที่ไม่จำเป็นต้องอยู่บนผืนผ้า
ในบทสัมภาษณ์กับ The Design Edit เธอเล่าว่าเริ่มพบทางของตัวเองกับงานปักระหว่างเรียนที่ Royal College of Art วิธีหนึ่งที่ใช้คือปักลงบนวัสดุรองที่ละลายน้ำได้ เมื่อล้างวัสดุนั้นออก สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือด้าย งานปักจึงไม่ต้องเกาะอยู่บนผ้าแผ่นหนึ่งตลอดไป
แค่เปลี่ยนเงื่อนไขตรงนี้ ภาพที่เรามีต่องานปักก็ขยับตาม จากสิ่งที่มักใช้เติมลายลงบนพื้นผิว กลายเป็นวัสดุที่ทำตัวเป็นรูปทรงได้เอง เราไม่ได้มองเพียงว่าปักรูปอะไร แต่เริ่มมองว่ามันห้อย พับ หรือพองออกมาแบบไหน เส้นเล็ก ๆ หลายเส้นรวมกันจนกินพื้นที่จริงในห้อง

ตรงนี้พอจะต่อกับงานของ Tobie Tse ที่ใช้ช่องผ้าถักสร้างภาพเคลื่อนไหวได้ ทั้งสองกรณีทำให้เราเห็นว่างานสิ่งทอยังมีวิธีทำงานอื่นนอกจากเป็นพื้นรองลาย สำหรับจู เส้นด้ายออกจากระนาบมาอยู่ในระยะเดียวกับร่างกายคนดู
ของเดิมยังโผล่อยู่ในร่างใหม่
จูเล่ากับ Colossal ว่าเธอพบเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และของที่ถูกทิ้งระหว่างเดินใกล้บ้านหรือเดินทางไปสตูดิโอ ไม่ได้ออกไปตามหาชิ้นส่วนตามรายการทุกครั้ง บางอย่างเข้ามาสะกิดความคิดก่อน แล้วเธอจึงค่อยหาทางทำงานกับมัน ประวัติที่เราไม่รู้ทั้งหมดของของชิ้นนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการจินตนาการ

อย่าง For Those Who Wade มีรองเท้าบูตหนังกลับอยู่ใต้โค้งที่ทำจากงานปักด้ายวิสโคส ส่วน Murmur เอาโต๊ะไม้มาประกอบกับด้ายปักและเซรามิกจนดูคล้ายขาข้างหนึ่ง ของใช้ไม่ได้หายไปจนจำไม่ได้ เราจึงมองทั้งตัวประหลาดและชิ้นส่วนที่ใช้ทำมันได้พร้อมกัน
พอมองแบบนี้ ความแปลกไม่ได้อยู่ที่การคิดสัตว์ชนิดใหม่อย่างเดียว แต่อยู่ตรงจังหวะที่สายตาสลับคำเรียกให้ของชิ้นเดิม โต๊ะยังเป็นโต๊ะได้ไหมถ้ามันไปอยู่ด้านบนของขา แล้วรองเท้าคู่นั้นทำให้โค้งสีเหลืองดูเหมือนกำลังยืนขึ้นมาหรือเปล่า งานเปิดให้เราลองเรียก ลองเดา โดยยังไม่รีบเฉลย

เรื่องเล่าที่ไม่ได้จบอยู่ในเรื่องเก่า
นิทานและเรื่องเล่าจากครอบครัวอยู่ในงานของเธอด้วย จูเล่าว่าคุณยายชาวเกาหลีช่วยเลี้ยงเธอกับพี่น้องหลังครอบครัวย้ายไปจีน เรื่องที่ได้ฟังจึงติดมากับวิธีมองสิ่งต่าง ๆ แต่ตัวละครที่เธอทำขึ้นไม่ได้มีหน้าที่จำลองตัวละครดั้งเดิมให้ตรงต้นฉบับ เธอใช้ความทรงจำเหล่านั้นร่วมกับสิ่งที่พบในชีวิตของตัวเอง
สำหรับเรา นี่ทำให้งานร่วมสมัยที่อาศัยตำนานเข้าใกล้คนดูได้อีกทาง ไม่จำเป็นต้องรู้จักเรื่องเล่าทุกเรื่องก่อนถึงจะเริ่มมองได้ ความนุ่ม รูปร่าง ท่าทาง และของใช้ที่คุ้นตาเป็นจุดเริ่มต้น ส่วนความหมายอื่นค่อยตามมาเมื่อเราอยากรู้ต่อ
แกลเลอรีอธิบายการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่งานกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ มีทั้งงานเดิมที่นำมาวางในบริบทใหม่และงานที่สร้างสำหรับนิทรรศการโดยเฉพาะ การมองจึงเกี่ยวกับระยะห่างและตำแหน่งของเราด้วย ไม่ใช่เพียงไล่อ่านชื่อผลงานไปทีละชิ้น

อาจยังไม่ต้องตัดสินว่าร่างตรงหน้าเป็นคน สัตว์ หรือของใช้ก็ได้ บางทีแค่ยอมให้มันอยู่ในห้องโดยยังไม่มีชื่อเรียกที่แน่นอน เราก็อาจเริ่มมองของอีกหลายชิ้นรอบตัวช้าลงหน่อย
ผลงานและข้อมูลจากศิลปิน: Woo Jin Joo
อ้างอิง: ข้อมูลนิทรรศการจาก Ruup & Form · บทสัมภาษณ์ The Design Edit · บทความและข้อมูลผลงานจาก Colossal วันที่ 8 ตุลาคม 2026
Photo credit: Woo Jin Joo ผ่าน Colossal · ภาพผลงานบางชิ้นได้รับความอนุเคราะห์จาก ai. gallery, London · ภาพ I Hear Things Existing With Me โดย Robert Chadwick
เพื่อนตัวเล็กจากร้านใน Portjolio

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ เป็นอีกขนาดหนึ่งของการพาตัวละครจากงานทำมือมาอยู่กับของที่เราใช้ทุกวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


