วันที่ผู้ชมคนที่สามหมื่นเดินเข้าประตูนิทรรศการที่คาโกชิมะ เขาไม่ได้ถือตั๋วอย่างเดียว แต่ถือหนังสือรวมภาพโยไกของ มิซึกิ ชิเงรุ มาด้วย เป็นครอบครัวจากในเมืองนั่นแหละ พอมีคนถามว่ารู้สึกยังไง คำตอบที่ได้คือ "โยไกเยอะมาก" สั้นแค่นั้น
เราชอบรายละเอียดนี้ เพราะมันบอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับนิทรรศการโยไกดิจิทัลที่กำลังพูดถึงกันในญี่ปุ่นตอนนี้ คนที่มาดูงานฉายภาพเทคโนโลยีเต็มห้อง ยังพกหนังสือภาพวาดเล่มเก่ามาเทียบอยู่ดี

งานชื่อ 動き出す妖怪展 KAGOSHIMA จัดที่ศูนย์ประวัติศาสตร์และศิลปะจังหวัดคาโกชิมะ เปิดตั้งแต่ 3 กรกฎาคมถึง 31 สิงหาคมปีนี้ ผลิตโดยบริษัท HITOHATA และจัดร่วมกับสถานีโทรทัศน์ MBC ตัวเลขที่เพิ่งประกาศคือ สามหมื่นคนเฉพาะรอบคาโกชิมะ และรวมทุกเมืองตั้งแต่นาโกยากับโตเกียวไปแล้วเกินสองแสนห้าหมื่นคน
ของเก่าที่ถูกฉายใหญ่ ไม่ใช่ของใหม่ที่ถูกวาดขึ้น
สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดก่อนคือ งานนี้ไม่ได้ออกแบบตัวละครใหม่ ภาพเกือบทั้งหมดที่ขึ้นบนผนังมาจากงานยุคเอโดะและเมจิ ทั้งม้วนภาพขบวนพาเหรดปีศาจร้อยตน ภาพชุดร้อยเรื่องผี ยักษ์ เทงงุ คัปปะ ไปจนถึงสึคุโมงามิ ทีมงานทำงานกับหอสมุดหนังสือเก่าอิวาเซะบุนโกะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโยไกที่เกาะโชโดชิมะ และปรึกษาพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่นด้วย
พูดง่ายๆ คืองานนี้เอาภาพวาดที่มีอยู่แล้วมาขยาย มาให้เคลื่อนไหว แล้วปล่อยลงบนผนัง พื้น และจอวงกลมบนเพดาน คนดูเดินเข้าไปยืนกลางภาพได้

ฟังดูเหมือนสูตรเดิมของนิทรรศการอิมเมอร์ซิฟทั่วโลก ห้องมืด พื้นฉาย เพดานมีวงกลม เราดูมาหลายงานจนเริ่มเบื่อจริงๆ แต่ที่งานนี้ต่างออกไปคือเขาไม่ได้เกลาเส้นให้เนียนแบบภาพเวกเตอร์สมัยนี้ รอยพู่กัน รอยหมึกซึม สีที่ซีดไปตามอายุกระดาษ ยังอยู่ครบ ขยายใหญ่แล้วยิ่งเห็นชัดว่าคนเมื่อสามร้อยปีก่อนลากเส้นยังไง

โยไกคือระบบออกแบบตัวละครที่เก่าที่สุดของญี่ปุ่น
ลองคิดตามดู ภาพโยไกยุคเอโดะไม่ได้เป็นภาพเดี่ยวๆ มันถูกทำเป็นชุด มีชื่อกำกับ มีถิ่นที่อยู่ มีนิสัย มีเรื่องเล่าประกอบ พิมพ์รวมเป็นเล่ม ขายให้คนทั่วไปอ่าน โทริยามะ เซกิเอ็น ทำแบบนี้ตั้งแต่ปี 1776
ถ้าเอาศัพท์สมัยนี้มาจับ นั่นคือ character sheet ทั้งดุ้น ชื่อ หน้าตา ท่าประจำ ลอร์ แล้วก็ตีพิมพ์ซ้ำจนคนจำได้ ต่างกันแค่ว่าตอนนั้นยังไม่มีใครเรียกมันว่างานออกแบบ
พอมิซึกิ ชิเงรุ หยิบของพวกนี้มาเขียนเป็นการ์ตูนหลังสงคราม โยไกก็เลยข้ามจากหนังสือโบราณมาอยู่ในทีวี ในเกม ในของเล่น แล้วก็มาอยู่ในมือเด็กที่เดินเข้านิทรรศการวันนั้น สายมันต่อกันมาไม่ขาดเลยจริงๆ

ของที่อยู่นานพอจะมีวิญญาณ
ในบรรดาโยไกทั้งหมด เราสนใจสึคุโมงามิที่สุด มันคือความเชื่อว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกใช้มานานถึงร้อยปีจะมีวิญญาณขึ้นมาเอง ร่ม รองเท้า ตะเกียง โคมไฟ พอแก่พอจะกลายเป็นตัวมีขามีตา
ความคิดแบบนี้ยังทำงานอยู่ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในภาพเก่า ปีนี้เองก็มีศาลเจ้าที่เปิดให้คนเอาตุ๊กตาผ้ามาฝากไว้ ซึ่งเราเคยเขียนถึงไว้ที่ ศาลเจ้าตุ๊กตาผ้าแห่งแรกของญี่ปุ่น คนละยุคกัน แต่ตรรกะเดียวกันเป๊ะ คือของที่เราอยู่ด้วยนานๆ มันไม่ใช่แค่ของ

ห้องมืดเป็นแค่ช่องทาง
เรารู้สึกว่าคุณค่าของงานแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่โปรเจกเตอร์กี่ตัวหรือความละเอียดเท่าไหร่ มันอยู่ที่ว่ามีคนสองแสนห้าหมื่นคนยอมซื้อตั๋วเข้าไปดูภาพวาดอายุสองสามร้อยปี ซึ่งถ้าเอาไปแขวนในตู้กระจกแบบเดิม คงไม่มีใครยืนดูนานขนาดนั้น
เทคโนโลยีในที่นี้ทำหน้าที่เหมือนลำโพง ไม่ใช่เหมือนนักร้อง ตัวเพลงยังเป็นของคนวาดยุคเอโดะอยู่เหมือนเดิม

มีอีกจุดที่ชอบคือโต๊ะฉายภาพสำหรับเด็ก ที่แยกโยไกเป็นกลุ่มๆ ให้จำง่าย พร้อมป้ายอธิบายว่าตัวไหนอยู่ที่ไหน กินอะไร ทำอะไรเป็น เห็นแล้วนึกถึงหนังสือภาพที่เด็กคนนั้นถือเข้ามา มันคือของอย่างเดียวกัน แค่คนละพื้นผิว

เดินออกมาแล้วเราติดคำถามหนึ่งไว้ ภาพที่คนวาดกันอยู่ตอนนี้ ทั้งที่วาดในไอแพด ทั้งที่เจนขึ้นมาในสองวินาที อีกสามร้อยปีจะมีใครเอาไปฉายบนผนังห้องมืดแล้วมีคนต่อแถวเข้าไปดูไหม หรือมันจะหายไปพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บมัน
ข้อมูล: PR TIMES · HITOHATA, INC. · MBC Minaminihon Broadcasting · yokaiimmersive.com
Photo credit: ภาพ: นิทรรศการ 動き出す妖怪展 KAGOSHIMA โดย HITOHATA via PR TIMES
ชวนดูของในเว็บ

Daydream Ring Black Cat แมวดำตัวเล็กบนแหวน ก็เป็นสัตว์ที่คนแต่งเรื่องให้มันมาตลอดหลายร้อยปีเหมือนกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


