ฟิล์ม Super 8 หนึ่งม้วนถ่ายได้ประมาณสองนาทีครึ่ง แล้วก็หมด ไม่มีจอให้ดูย้อน ไม่มีปุ่มลบ กว่าจะรู้ว่าได้อะไรมาบ้างก็ต้องรอส่งล้างก่อน หนัง Super Nature ที่เพิ่งเข้าโรงในอังกฤษและไอร์แลนด์เมื่อ 4 กันยายนที่ผ่านมา สร้างขึ้นจากข้อจำกัดก้อนนี้ล้วน ๆ คนถ่าย 40 คนใน 25 ประเทศ ได้กล้อง Super 8 คนละตัว ฟิล์มคนละไม่กี่ม้วน แล้วโจทย์เดียวคือถ่ายธรรมชาติรอบตัวเองมาให้ดู

ภาพนิ่งจากหนัง Super Nature ถ่ายด้วยฟิล์ม Super 8 เห็นเนื้อฟิล์มหยาบและสีอุ่น
ภาพ: Super Nature / Ed Sayers via Colossal

คนที่คิดเรื่องนี้ทำการประกวดหนังม้วนเดียวมาสิบกว่าปีแล้ว

Ed Sayers เป็นผู้กำกับและคนตั้ง straight 8 การประกวดที่กติกาโหดมาก คือให้ถ่าย Super 8 ม้วนเดียว ห้ามตัดต่อ ห้ามดูก่อน ส่งฟิล์มดิบไปแล้วเจอกันในโรง เขาทำมาจนคนทั่วโลกรู้จัก และคลังคนที่เคยเข้าร่วมนี่แหละกลายเป็นเครือข่ายตั้งต้นของ Super Nature

รอบนี้เขาขยายวงออกไปอีก มีช่างภาพอย่าง Gideon Mendel และ Ami Vitale เข้ามาร่วม มีคนจากชนเผ่า Enawene Nawe ในบราซิล มีคนที่ติดต่อผ่านเครือข่าย Greenpeace รวมแล้วห้าทวีป สิบเอ็ดภาษา และสำเนียงอีกนับไม่ถ้วน หลายคนไม่เคยจับกล้องฟิล์มมาก่อน เรียนกันผ่านวิดีโอคอลเอา

ภาพธรรมชาติจากหนัง Super Nature ที่ถ่ายโดยคนในพื้นที่ด้วยกล้อง Super 8
ภาพ: Super Nature / Ed Sayers via Colossal

ข้อจำกัดคือตัวหนังเอง

Sayers พูดถึงเรื่องนี้ตรงมาก ว่าพอฟิล์มม้วนหนึ่งอยู่ได้แค่ไม่กี่นาที และมันมีต้นทุนต่อวินาที "จู่ ๆ คุณก็เริ่มศึกษาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า รอจังหวะที่คิดว่าดีที่สุด รอแสงที่ใช่ ก่อนจะกดชัตเตอร์"

ฟังดูเหมือนคำโฆษณาของสายอนาล็อก แต่พอเอามาใช้กับหนังธรรมชาติมันเปลี่ยนของจริง เพราะหนังธรรมชาติที่เราคุ้นกันคืออีกขั้วหนึ่งเลย ทีมงานบินไปตั้งกล้อง 8K รอเป็นเดือน โดรนไล่ตามฝูงสัตว์ สโลว์โมชั่นละเอียดจนเห็นละอองน้ำทีละเม็ด แล้วมีเสียงบรรยายทุ้ม ๆ คอยบอกเราว่าควรรู้สึกยังไง

ของชิ้นนี้ไม่มีอะไรแบบนั้นสักอย่าง ภาพมันหยาบ สีเพี้ยน กล้องสั่นเพราะคนถือมันยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ และเราไม่ได้ดูสัตว์หายากที่ไหน เราดูสิ่งที่คนคนหนึ่งเดินออกจากบ้านไปแล้วเจอ

เฟรมจากหนัง Super Nature ที่เนื้อฟิล์มหยาบและสีเพี้ยนกลายเป็นบุคลิกของภาพ
ภาพ: Super Nature / Ed Sayers via Colossal

ประโยคหนึ่งในตัวอย่างหนัง

ในตัวอย่างมีคนพูดว่า "มันเหมือนสมองเราถูกรีเซ็ตบางอย่าง เรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่างอีกครั้ง" ประโยคนี้คนพูดหมายถึงการได้ออกไปอยู่กับธรรมชาติ แต่เราว่ามันอธิบายวิธีถ่ายด้วย

เพราะการถ่ายฟิล์มที่ดูย้อนไม่ได้ มันบังคับให้คุณต้องมองของจริงนานกว่าเดิม แทนที่จะถ่ายไปเช็กจอไปเหมือนที่เราทำกับมือถือทุกวัน สิ่งที่ได้กลับมาเลยไม่ใช่แค่ภาพสวย แต่เป็นร่องรอยว่ามีคนยืนดูสิ่งนั้นอยู่นานพอสมควร

มันไปกันได้กับสิ่งที่เราเขียนไว้ก่อนหน้านี้เรื่อง การถ่ายภาพฟิล์มที่กลับมาในปีที่ภาพถูกสร้างขึ้นง่ายที่สุด คือของแบบนี้ไม่ได้ชนะเพราะคุณภาพ แต่ชนะเพราะมันพิสูจน์ว่ามีใครสักคนไปอยู่ตรงนั้นมาแล้วจริง

ภาพจากหนัง Super Nature ที่ถ่ายในพื้นที่ห่างไกลด้วยกล้องฟิล์ม Super 8
ภาพ: Super Nature / Ed Sayers via Colossal

สี่สิบคน สี่สิบสายตา

ส่วนที่เราชอบที่สุดคือมันไม่ได้พยายามทำให้ทุกภาพดูเป็นชุดเดียวกัน ปกติงานรวมหมู่แบบนี้จะมีคนคอยเกลาให้ทุกอย่างเข้ากัน เกรดสีให้เหมือนกัน จัดจังหวะให้ต่อกันสวย ๆ จนสุดท้ายก็เหลือเสียงเดียว

แต่พอต้นทางมันคือคนละคน คนละที่ คนละกล้อง คนละแล็บที่ล้างฟิล์ม ความไม่เข้ากันเลยกลายเป็นเนื้อหาไปเอง เราดูแล้วรู้ว่าเฟรมนี้กับเฟรมถัดไปไม่ได้มาจากคนเดียวกัน และนั่นคือประเด็นทั้งหมดของหนัง

BFI เป็นคนจัดจำหน่าย มีรอบทัวร์พร้อมช่วงถามตอบทั่วอังกฤษตั้งแต่กลางสิงหาคม ก่อนจะเข้าโรงทั่วไปต้นเดือนนี้

ภาพจากหน้าเว็บทางการของหนัง Super Nature
ภาพ: supernaturefilm.com

ถ้าให้กล้องไปสี่สิบตัวกับคนสี่สิบคนที่อยู่คนละมุมโลก แล้วบอกแค่ว่าถ่ายอะไรก็ได้ที่อยู่รอบตัว สิ่งที่กลับมาน่าจะบอกเรื่องของคนถ่ายพอ ๆ กับเรื่องของธรรมชาติ คำถามคือเราแยกสองอย่างนั้นออกจากกันได้จริงหรือเปล่า

ข้อมูล: Colossal, supernaturefilm.com, straight8.net

Photo credit: Super Nature / Ed Sayers


ของในเว็บที่เข้ากับเรื่องนี้

FINAL V1 SD Holder Keychain แบบช่องเดียว

FINAL V1 SD Holder Keychain (1-Slot) ที่เก็บการ์ดหนึ่งใบติดพวงกุญแจ สำหรับคนที่ยังนับงานตัวเองเป็นม้วน ไม่ใช่เป็นเทราไบต์

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด