ที่ซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ยังมีป้ายร้านที่ทาสีด้วยมืออยู่หลายป้าย ตัวอักษรบนนั้นไม่ได้มาจากฟอนต์ คนเขียนใช้พู่กันแบนลากทีเดียวจบ ปลายเส้นเลยบานออกนิดหนึ่งตรงที่แปรงยกขึ้น
รอยบานตรงนั้นคือสิ่งที่ Solaflare พยายามเก็บไว้

Solaflare เป็นฟอนต์ display แบบ variable ของ John Roshell ออกภายใต้ฟาวน์ดรีของเขาเองชื่อ Swell Type เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 จุดขายไม่ได้อยู่ที่จำนวนน้ำหนัก แต่อยู่ที่แกนหนึ่งที่ลากตัวอักษรจากซานส์ไปหาเซริฟได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีสถานะกลางทางชื่อ Flare อยู่ตรงกลาง
สามบุคลิกที่อยู่ในตัวเดียว
ปลายด้านหนึ่งของแกนคือ Sans เส้นตัดตรง เรขาคณิตชัด เลื่อนขึ้นมาอีกหน่อยจะเข้าสู่ Flare ปลายเส้นเริ่มบานออกเล็กน้อยแบบที่พู่กันทำ เลื่อนไปสุดอีกด้านจะกลายเป็น Serif ที่มีเซริฟคมและหนา

ความแตกต่างระหว่างสามสถานะนี้ไม่ใช่การสลับไฟล์ แต่เป็นการเลื่อนค่าเดียวกันไปทีละขั้น ซึ่งหมายความว่าค่าครึ่งทางที่ไม่ใช่ทั้งสามอย่างก็ใช้ได้จริง
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากฟอนต์ variable ทั่วไป คือแกนส่วนใหญ่ที่คนทำกันมักเป็นน้ำหนัก ความกว้าง หรือความเอียง ซึ่งเป็นการปรับปริมาณ แต่แกนของ Solaflare เป็นการปรับประเภท มันเปลี่ยนหมวดของตัวอักษร ไม่ใช่เปลี่ยนขนาดของมัน

คนทำมาจากคนละโลก
John Roshell ไม่ได้โตมาในสายฟาวน์ดรี เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตทำงานกับตัวอักษรในหนังสือการ์ตูน และทำฟอนต์เฉพาะกิจให้งานบันเทิงหลายเรื่อง ทั้ง Avatar, Clash of Clans, Marvel Strike Force และเคยเขียนเล่าไว้เองว่าออกแบบโลโก้ Black Panther อย่างไร
งานสายนั้นสอนเรื่องหนึ่งที่ฟาวน์ดรีสายข้อความไม่ค่อยพูดถึง คือตัวอักษรต้องดังพอที่จะแข่งกับภาพข้างๆ ได้ ตัวอักษรที่อ่านง่ายแต่ไม่มีเสียงจะหายไปทันทีเมื่อวางบนปกหรือบนโปสเตอร์

Solaflare จึงถูกออกแบบมาให้ดังตั้งแต่ต้น ตัวอักษรกว้าง ช่องในตัวอักษรกลม เส้นหนาสม่ำเสมอ พออยู่บนป้ายหรือหัวเรื่องขนาดใหญ่มันจะกินพื้นที่เต็มโดยไม่ต้องดันขนาดขึ้น
ป้ายเมืองเล็กกับฟอนต์ที่ขายทั้งโลก
ตัวอย่างที่ Swell Type เลือกมาโชว์เป็นชื่อสถานที่จริงในเมือง เช่น State Street, Funk Zone ซึ่งเป็นย่านของซานตาบาร์บาราเอง ไม่ใช่คำสวยๆ ที่หยิบมาลอยๆ

การเอาป้ายของเมืองหนึ่งมาแปลงเป็นไฟล์ที่ใครก็ซื้อไปใช้ได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในช่วงหลัง ปีนี้เพิ่งมี Greenpoint Sans ที่กลั่นมาจากป้ายร้านในบรุกลิน ออกมาด้วยวิธีคิดใกล้กัน
สิ่งที่ต่างคือ Greenpoint Sans เก็บความแคบและความประหยัดพื้นที่ของป้ายเมืองใหญ่ ส่วน Solaflare เก็บความอ้วนและแสงแดด สองฟอนต์นี้จึงฟังดูเหมือนคนละภาษา ทั้งที่มาจากวิธีเดียวกัน

อีกอย่างที่ต่างคือความซื่อ ป้ายทาสีด้วยมือไม่มีทางเหมือนกันสองป้าย ส่วนฟอนต์ที่ถอดมาจากมันจะเหมือนกันทุกครั้งที่พิมพ์ ความไม่เท่ากันซึ่งเป็นหัวใจของงานพู่กัน ถูกแปลงเป็นค่าที่เลื่อนได้แทน

อาจไม่ใช่การรักษาไว้ แต่เป็นการจดจำแบบหนึ่ง คือจำไม่ได้ว่าแต่ละป้ายหน้าตาอย่างไร จำได้แค่ว่ามันให้ความรู้สึกแบบไหน
ถ้าวันหนึ่งป้ายบนถนน State Street ถูกรื้อไปหมด สิ่งที่เหลืออยู่คือแกนหนึ่งในไฟล์ฟอนต์ ที่เลื่อนไปมาระหว่างสิ่งที่มันเคยเป็นกับสิ่งที่มันไม่เคยเป็น
ที่มา: หน้าฟอนต์ Solaflare ของ Swell Type และสรุปฟอนต์ใหม่ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ของ Creative Boom
Photo credit: Swell Type
ชวนดูของในเว็บ

Sunny Scallop Bowl ขอบหยักที่ปั้นด้วยมือ ไม่มีใบไหนหยักเท่ากันเป๊ะ เป็นความไม่เท่ากันแบบเดียวกับที่ฟอนต์ตัวนี้พยายามเก็บไว้
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


