ผิวน้ำดูสงบ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าข้างใต้นั้นลึกแค่ไหน ใน Deeper ของ Sarah Lee ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นก่อนที่เราจะรู้ด้วยซ้ำว่าภาพตรงหน้าคือทะเลหรือทะเลสาบ สีพาเราเข้าไปใกล้ ส่วนความมืดทำให้หยุดอยู่ตรงนั้น วิวที่เห็นจึงสวยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เราสบายใจ

ภาพประกอบเป็นผลงานก่อนหน้าจากเว็บไซต์ศิลปิน เพื่อให้เห็นภาษาภาพที่เธอพัฒนามาก่อน Deeper ไม่ใช่ภาพจากนิทรรศการครั้งนี้

ภาพวาด Falling Moon จากผลงานก่อนหน้าของซาราห์ ลี
ภาพ: Sarah Lee / Falling Moon

นิทรรศการที่ Albertz Benda ในนิวยอร์ก เปิดตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน ถึง 10 ตุลาคม 2026 เป็นงานเดี่ยวครั้งที่สองของเธอกับแกลเลอรีนี้ ศิลปินที่เกิดในโซลและทำงานในบรุกลินขยับจากภาพกลางคืนมาสำรวจน้ำ ทั้งตอนเป็นของเหลว หมอก และน้ำแข็ง โดยไม่มีคนปรากฏอยู่ในภาพ ตามข้อมูลจาก หน้าแนะนำของแกลเลอรี

ไม่มีคน แล้วใครเป็นเจ้าของวิว

เวลาเห็นภาพทิวทัศน์ เรามักวางตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว ตรงนี้คงเหมาะกับการยืนดูพระจันทร์ ตรงนั้นน่าจะเดินลงไปริมน้ำได้ ต่อให้ไม่มีคนในภาพ เราก็ยังหาตำแหน่งให้ตัวเองอยู่ดี ภาพวิวจึงถูกใช้เป็นทั้งที่พักสายตาและสถานที่ที่เราอยากไปถึง โดยแทบไม่ต้องถามก่อนว่าพื้นที่นั้นยอมให้เราเข้าไปหรือเปล่า

ภาพวาด Yellow Tulips on a Windy Night จากผลงานก่อนหน้าของซาราห์ ลี
ภาพ: Sarah Lee / Yellow Tulips on a Windy Night

แต่ชื่ออย่าง The Umber Sea หรือ Fern and Iceberg ทำให้เราต้องค่อย ๆ อ่านสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง น้ำแข็งกับพืช น้ำกับแสง อาจเป็นของที่เรารู้จักแยกกัน พอมารวมอยู่ในภาพเดียว ความคุ้นเคยกลับช่วยได้ไม่ทั้งหมด สำหรับเรา ความแปลกของงานชุดนี้อยู่ตรงที่ยังพอมองออกว่ากำลังเห็นอะไร แต่บอกไม่ได้ว่าถ้าเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ จะรู้สึกอย่างไร

การไม่มีคนเลยจึงเปลี่ยนระยะระหว่างภาพกับผู้ดู ไม่มีร่างเล็ก ๆ ให้เทียบว่าภูเขาสูงเท่าไร ไม่มีใครบอกว่าฝั่งไหนปลอดภัย เราดูได้จากข้างนอก แต่ภาพไม่ได้ส่งคนสักคนเข้าไปยืนยันว่าข้างในนั้นอยู่ได้ นี่เป็นการอ่านงานของเราเอง และเป็นจุดที่ทำให้ภาพสวยไม่จบหน้าที่แค่การเป็นภาพสวย

น้ำถูกวาดด้วยผิวของสีด้วย

ภาพวาด Among Trees จากผลงานก่อนหน้าของซาราห์ ลี
ภาพ: Sarah Lee / Among Trees

แกลเลอรีอธิบายว่า Lee เลือกพู่กันต่างกันตามสิ่งที่วาด น้ำใช้พู่กันละเอียดและนุ่ม ส่วนภูเขากับหินใช้พู่กันที่ให้พื้นผิวหยาบกว่า รายละเอียดนี้ทำให้เห็นว่าความต่างระหว่างพื้นดินกับผิวน้ำไม่ได้อยู่ที่สีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีที่มือแตะลงบนผ้าใบด้วย

พอรู้แบบนี้ เราก็อยากมองช้าลงอีกนิด ตรงไหนที่สีเรียบจนสายตาไหลผ่าน ตรงไหนที่ผิวภาพทำให้รู้สึกติดขัด การดูผ่านจออาจบอกสัมผัสของสีจริงไม่ได้ครบ แต่ความต่างระหว่างพื้นที่แต่ละส่วนยังเป็นเหตุให้หยุดดูได้ ภาพวาดจึงมีอะไรให้ตามต่อหลังจากที่ตารับรู้สีหลักไปแล้ว

ภาพวาด Black Swan จากผลงานก่อนหน้าของซาราห์ ลี
ภาพ: Sarah Lee / Black Swan

ภาพธรรมชาติที่ไม่รีบทำให้เราหายเหนื่อย

เราเจอภาพวิวสวยในจอทุกวัน และมักใช้เวลาไม่นานกับมัน เห็นทะเลก็รับรู้ว่าสงบ เห็นท้องฟ้ามืดก็คิดถึงการพักผ่อน งานชุดนี้ทำให้การอ่านแบบนั้นช้าลง ความมืดอาจเป็นความเงียบ แต่ก็อาจเป็นส่วนที่เรายังมองไม่เห็นด้วย ทั้งสองความรู้สึกอยู่พร้อมกันได้โดยไม่ต้องมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นในภาพ

ถ้า ภาพของ Rob Sato วางคนตัวเล็กไว้ในภูมิประเทศที่เดินทางยาก งานของ Lee ก็เปิดให้เราลองคิดต่อจากการเอาคนออกไปเลย เมื่อไม่มีตัวละครคอยนำ สายตาของเราต้องเลือกเองว่าจะอยู่กับผิวน้ำ ขอบน้ำแข็ง หรือส่วนที่แสงไปไม่ถึง และไม่มีจุดไหนรับปากว่าจะอธิบายภาพทั้งหมดให้เราได้

ภาพวาด Two Skies จากผลงานก่อนหน้าของซาราห์ ลี
ภาพ: Sarah Lee / Two Skies

สำหรับเรา น้ำหนักของ Deeper อยู่ที่การปล่อยให้ธรรมชาติมีส่วนที่ไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ดู มันไม่จำเป็นต้องเป็นฉากปลอบใจ หรือเป็นภาพภัยพิบัติเพื่อให้เรารู้สึกกลัว เราอาจแค่อยู่ตรงหน้ามัน มองเห็นเท่าที่มองได้ แล้วค่อยยอมรับว่าความสวยไม่ได้แปลว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของเรา

บางทีสิ่งที่ยังค้างอยู่หลังละสายตา อาจเป็นผืนน้ำส่วนที่ภาพไม่ได้เปิดให้เห็นถึงก้นบ่อ

ดูผลงานและช่องทางของศิลปินได้ที่ เว็บไซต์ Sarah Lee

อ้างอิง: Albertz Benda: Deeper และ ประวัติจากเว็บไซต์ศิลปิน

Photo credit: Sarah Lee, via the artist’s website


ของชิ้นเล็กที่พาให้นึกถึงริมน้ำ

แก้ว Shoreline Yunomi Cup
ภาพ: workspace-ss / Portjolio

Shoreline Yunomi Cup ชื่อของแก้วชิ้นนี้พาให้นึกถึงแนวชายฝั่ง เป็นความเชื่อมโยงเล็ก ๆ กับผืนน้ำที่เพิ่งมองผ่านภาพวาด

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด