ตัวอักษรในชื่อทีมมีอยู่ไม่กี่ตัว แต่แฟนบอลเห็นมันซ้ำมาทั้งชีวิต ฟอนต์ Rocastle เริ่มจากโจทย์ตรงนี้ของ Arsenal ถ้าจะเขียนคำอื่นเพิ่มให้ได้ทั้งชุด เราจะรักษาความรู้สึกเดิมไว้ตรงไหน โดยไม่ต้องยกตราสโมสรมาวางกำกับทุกครั้ง

Rocastle เป็นฟอนต์แบล็กเลตเตอร์สามน้ำหนัก ออกแบบโดย David Rudnick ร่วมกับ Léa Bruneau ที่สตูดิโอ terrain ชื่อของมันมาจาก David Rocastle หรือ Rocky อดีตนักเตะของสโมสร ทีมใช้เวลาพัฒนามากกว่าสี่ปี ก่อนเล่ากระบวนการในบทสัมภาษณ์ที่ It’s Nice That เผยแพร่วันที่ 12 ตุลาคม 2026
แบล็กเลตเตอร์คือรูปแบบตัวอักษรที่เรามักจำได้จากเส้นหักมุมและจังหวะหนาแน่น พออยู่บนชื่อทีม มันจึงทำหน้าที่เกินกว่าบอกว่าอ่านว่าอะไร เราจำทรงของคำได้ก่อนจะไล่อ่านทีละตัวด้วยซ้ำ ความคุ้นตาแบบนี้สร้างยาก และขยับผิดไปนิดเดียวคนที่อยู่กับมันมานานก็รู้สึกได้
จากคำที่จำได้ ไปสู่คำที่ยังไม่เคยเขียน
ต้นทางของงานมีทั้งตัวอักษรบนตราเก่า ตั๋วฤดูกาลกระดาษ โปรแกรมการแข่งขัน และของสะสมที่แฟนบอลเก็บไว้ ตามคำอธิบายของ Rudnick สโมสรมีตัวอักษรแบล็กเลตเตอร์อยู่ในชื่ออยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นฟอนต์ครบชุดที่นำไปพิมพ์ข้อความต่าง ๆ ได้ นี่จึงเป็นงานสร้างระบบต่อจากสิ่งที่มีคนผูกพันอยู่ก่อน

ลองนึกถึงการเห็นชื่อร้านที่เรารู้จักมาตลอด แล้ววันหนึ่งร้านนั้นเขียนประโยคยาวด้วยตัวอักษรแบบเดียวกัน ตัวที่ไม่เคยเห็นจะต้องดูเหมือนอยู่ในครอบครัวเดียวกับตัวเดิม ระยะห่าง ความกว้าง และจังหวะของเส้นจึงเริ่มมีผลพร้อมกัน แค่ทำตัวใหม่ให้ดูคล้ายโลโก้ทีละตัวอาจยังไม่พอ
สำหรับเรา จุดที่ชวนหยุดดูจึงอยู่ตรงการต่อคำมากกว่าความสวยของตัวเดี่ยว เมื่อฟอนต์มีน้ำหนักให้เลือกสามระดับ คนออกแบบก็มีทางปรับความเข้มของข้อความ แต่ทุกระดับยังต้องทำให้คนจำได้ว่าเป็นเสียงของใคร ถ้าลองพิมพ์ชื่อที่ยาวสั้นต่างกัน เราน่าจะเห็นภาระของระบบนี้ชัดกว่าดูตัวอักษรใหญ่เพียงตัวเดียว
ทีมเดียวกัน พูดได้หลายจังหวะ
Johnnie Campbell หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ของ Arsenal อธิบายว่าระบบตัวอักษรแบ่งหน้าที่กัน Northbank เริ่มจากพื้นที่ของการแข่งขัน Chapman เชื่อมกับชุมชน ส่วน Rocastle ถูกวางไว้ในพื้นที่วัฒนธรรม ที่ฟุตบอลไปพบแฟชั่น ศิลปะ และดนตรี ฟอนต์นี้จึงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้แทนทุกตัวที่สโมสรมี

เราชอบวิธีคิดที่ยอมให้แบรนด์เดียวมีหลายจังหวะ ข้อความแจ้งผลการแข่งขันต้องเข้าถึงคนเร็ว ส่วนตัวอักษรบนเสื้ออาจอยู่กับคนใส่อีกหลายปี ทั้งสองอย่างเป็นชื่อทีมเดียวกัน แต่เวลาในการมองไม่เท่ากัน การเลือกฟอนต์จึงควรเริ่มจากสิ่งที่คนกำลังทำกับข้อความนั้นด้วย
เวลามองงานประเภทนี้ เราอาจลองปิดโลโก้ในใจก่อน แล้วถามว่าตัวอักษรยังพาเรานึกถึงเจ้าของงานได้ไหม ถ้าต้องพึ่งสีประจำทีมกับตราอยู่ตลอด ฟอนต์อาจยังไม่ได้ช่วยเล่าอะไรมากนัก แต่ถ้าคำใหม่ยังให้ความรู้สึกคุ้น ทั้งที่ไม่เคยเห็นประโยคนั้นมาก่อน ตรงนั้นแหละที่การออกแบบตัวอักษรเริ่มทำงาน

คำถามเรื่องน้ำเสียงนี้ต่อจากที่เราเคยดูใน ฟอนต์ PP Playground กับรอยต่อที่เปลี่ยนท่าทีของชื่อแบรนด์ ได้เหมือนกัน คราวนี้น้ำหนักของโจทย์อยู่ที่คนจำนวนมากมีภาพจำมาก่อนแล้ว คนออกแบบจึงต้องฟังความคุ้นเคยของคนเหล่านั้นไปพร้อมกับวาดสิ่งใหม่
เมื่อชื่อฟอนต์เป็นชื่อคน
การใช้ชื่อ Rocastle ทำให้การเลือกตัวอักษรมีคนอยู่ในนั้นด้วย สำหรับคนที่รู้จัก Rocky ชื่อนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากไฟล์ในคอมพิวเตอร์ แต่มาจากนักเตะที่เขาจำได้ ส่วนคนที่เพิ่งพบชื่อผ่านฟอนต์ ก็มีทางย้อนกลับไปเจอเรื่องของคนนั้น เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนวิธีอ่านชื่องานไปพอสมควร

พอมองกลับมาที่คำสั้น ๆ บนเสื้อ เราอาจไม่ต้องรู้ขั้นตอนการวาดทั้งหมดก็ได้ คนใส่อาจแค่รู้สึกว่านี่เป็นทีมของเขา งานออกแบบที่อยู่กับคนได้นานอาจเริ่มจากความรู้สึกธรรมดาเท่านั้น ส่วนตัวอักษรจะติดตามเขาออกไปนอกสนามได้ไกลแค่ไหน ยังมีพื้นที่ให้ชีวิตประจำวันค่อย ๆ ตอบ
ผลงานของทีมออกแบบ: terrain
อ้างอิง: บทสนทนากับ David Rudnick และ Johnnie Campbell โดย It’s Nice That · ประกาศ Rocastle จาก Arsenal Football Club
Photo credit: Arsenal · Rocastle ออกแบบโดย David Rudnick ร่วมกับ Léa Bruneau ที่ terrain · ภาพเผยแพร่ผ่าน It’s Nice That
ของใส่ประจำวันที่เข้ากับเรื่องนี้

Inspo Gone Vision Cap Red เป็นของใส่ประจำวันที่ชวนคิดต่อเรื่องสีและภาพจำ เมื่อสิ่งที่เราเลือกใส่บอกความชอบได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มคุย
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


