ตัวอักษรบางตัวต่อกัน บางตัวเว้นช่องเล็ก ๆ ไว้ เห็นแล้วเราอาจเผลออ่านทั้งคำก่อนย้อนกลับมาดูว่ามันต่อกันตรงไหน ฟอนต์ PP Playground ใช้จังหวะนี้กับลายเส้นที่ดูคล้ายลายมือ แต่มีมุมและช่วงตรงแทรกอยู่พอให้คำไม่ไหลผ่านตาไปเฉย ๆ เหมาะจะลองกับชื่อแบรนด์หรือคำสั้น ๆ ที่อยากให้คนจำหน้าตาได้ด้วย

งานของ Francesca Bolognini และ Mat Desjardins จาก Pangram Pangram เริ่มจากการศึกษาลายมือแบบ Copperplate ที่เขียนด้วยปากกาปลายแหลม แล้วเอามาจัดโครงใหม่ด้วยรูปทรงเรขาคณิต โรงหล่อระบุถึงเส้นแนวนอนบาง ๆ รูปทรงเหลี่ยมที่อยู่ร่วมกับส่วนโค้ง และรอยตัดคมที่วางข้างไหล่มนของตัวอักษร รายละเอียดพวกนี้ทำให้ความเรียบร้อยของลายมือมีจุดสะดุดอยู่ข้างใน
เราเลยไม่จำเป็นต้องจับมันไปอยู่บนการ์ดเชิญเสมอไป ลองนึกถึงคำเดียวบนปกสิ่งพิมพ์ หรือชื่อชุดสินค้าที่มีพื้นที่รอบคำมากหน่อย เส้นบางกับเส้นหนาจะได้ทำงานเต็มที่ ส่วนมุมเล็ก ๆ ก็มีโอกาสถูกเห็น ถ้ายัดข้อความจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่แรก บุคลิกที่เราเลือกฟอนต์นี้มาใช้อาจเหลือให้เห็นไม่มากนัก

ต่อกันแค่ไหน คำนั้นก็เปลี่ยนท่าที
ค่าปกติของฟอนต์เป็นสคริปต์ที่เชื่อมกันบางส่วน แต่เปิด contextual alternates เพื่อให้ตัวอักษรต่อเนื่องกันได้มากขึ้น อีกทางเลือกคือตัวพิมพ์ใหญ่สองชุด ชุดหนึ่งใกล้กับตัวเอียง ส่วนอีกชุดมีหางสะบัดให้ใช้ ข้อมูลจาก หน้าฟอนต์ของโรงหล่อ จึงชี้ว่าการเลือกฟอนต์เป็นแค่จุดเริ่มต้น เรายังต้องเลือกหน้าตาของคำที่พิมพ์ลงไปด้วย
สำหรับชื่อสั้น ๆ ความต่างนี้เห็นผลได้โดยไม่ต้องเพิ่มอะไรอีกมาก ตัวแรกที่มีหางยาวอาจเป็นจุดเริ่มให้สายตา แต่ถ้าทุกตัวพยายามเรียกเราเท่า ๆ กัน คำก็อาจอ่านยากขึ้น ลองเริ่มจากตัวธรรมดาก่อน แล้วเปลี่ยนทีละตัว จะรู้ว่าตรงไหนช่วยให้คำนั้นจำง่าย และตรงไหนเราแค่สนุกกับการกดเลือก

ในมุมนี้มันต่อบทสนทนาจาก FC Filter ที่เปิดให้เราขยับโครงเส้น ได้ดี ฟอนต์ทั้งสองให้พื้นที่คนจัดวางตัดสินใจต่อ เพียงแต่ Playground ชวนเราดูความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรในคำเดียวกันมากขึ้น ช่องเล็ก ๆ ที่ยังไม่เชื่อมอาจช่วยให้หายใจ ส่วนเส้นที่เชื่อมแล้วก็อาจทำให้ชื่อทั้งชื่อรู้สึกเป็นก้อนเดียว
ลายมือบนของที่คนหยิบใช้
ตัวอย่างการใช้งานจริงที่โรงหล่อรวบรวมไว้คือ Estrid’s Realm งานของ OMSE สำหรับแบรนด์มีดโกน Estrid ทีมออกแบบสร้างแนวคิดคลับสมมติที่อิงวัฒนธรรมกลางคืนของอิบิซา แล้วพาแนวคิดนั้นไปอยู่ในพื้นที่และสินค้าของกิจกรรมร่วมกับ The Standard งานนี้ทำให้เห็นบริบทของสคริปต์ที่ออกจากภาพจำเรื่องพิธีการมาอยู่กับวัฒนธรรมคลับได้
สิ่งที่เราหยิบจากกรณีนี้มาใช้ต่อได้ คือไม่ต้องให้ฟอนต์รับหน้าที่บอกทุกอย่างคนเดียว ชื่ออาจมีเส้นโค้งมากหน่อย แล้วปล่อยให้ข้อมูลเวลา สถานที่ หรือรายละเอียดสินค้าพูดอย่างตรงไปตรงมา คนอ่านจะรู้ว่าต้องมองตรงไหนก่อน และยังได้รับข้อมูลครบ โดยไม่ต้องถอดลายมือทั้งหน้า

ส่วนงาน Forma ของ ninethree_studio ซึ่งอยู่ในรายการใช้งาน Playground เช่นกัน เป็นอัตลักษณ์ของธุรกิจฟื้นสภาพและขายของวินเทจในแนชวิลล์ แนวคิดของงานมองวัตถุที่เปลี่ยนไปตามเวลาและการซ่อมแซม โดยใช้ความต่างระหว่างรูปที่เหมือนยังวาดไม่จบกับรูปที่กำหนดชัดแล้วเป็นส่วนหนึ่งของระบบภาพ เป็นอีกบริบทที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำว่าโรแมนติกเมื่อเห็นฟอนต์ลายมือ
เวลาเอามาลองกับงานของเรา จึงน่าจะเริ่มจากข้อความจริงมากกว่าพิมพ์ชื่อฟอนต์ตามตัวอย่าง ชื่อยาวกับชื่อสั้นใช้พื้นที่ไม่เหมือนกัน ตัวที่มีหางอยู่ติดกันก็อาจทำให้ระยะดูแน่น พอวางบนภาพถ่ายอีกที เส้นบางอาจหายไปกับรายละเอียดของภาพ การย่อดูขนาดที่จะใช้งานจริงช่วยตอบเรื่องพวกนี้ได้เร็วกว่ามองตัวใหญ่บนจออย่างเดียว

บางครั้งเราเลือกฟอนต์เพราะชอบตัวอักษรหนึ่งตัวมาก แต่พอพิมพ์ชื่อจริงกลับชอบช่องว่างระหว่างสองตัวมากกว่า พื้นที่เล็กนิดเดียวตรงนั้นอาจเป็นส่วนที่ทำให้คำนี้ดูเป็นของเรา
ดูฟอนต์และทดลองจัดคำได้ที่ Pangram Pangram Foundry
อ้างอิง: หน้าฟอนต์ PP Playground และกรณีศึกษา Estrid’s Realm กับ Forma จาก Pangram Pangram Foundry ข้อเสนอเรื่องการจัดวางเป็นมุมมองของผู้เขียน
Photo credit: Pangram Pangram Foundry · ภาพประกอบชุดฟอนต์ Sergio Lairisa · ภาพสินค้าจากร้าน Portjolio
เสื้อที่ให้กราฟิกออกไปกับเรา

Inspo Gone Creativity Tee เป็นอีกพื้นที่ให้เรามองกราฟิกในขนาดที่คนใส่เดินผ่านกันจริง ๆ ต่อจากตัวอย่างที่เห็นบนจอ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


