ในวิดีโอความยาวไม่กี่นาทีนั้น มีช่วงหนึ่งที่รูปทรงคลี่ตัวออกช้ามาก ช้าจนเห็นว่าขอบของมันไม่ได้ถูกลากขึ้นมา แต่ค่อยๆ โผล่จากบางอย่างที่หนาแน่นกว่ารอบข้าง เหมือนของแข็งที่ก่อตัวในน้ำ ไม่มีจังหวะไหนที่ดูเหมือนมีคนกดปุ่มสั่ง

งานชิ้นนี้ชื่อ Geom เป็นมิวสิกวิดีโอของเพลง 音楽的建築 หรือ Musical Architecture I / II ของ Yaporigami ชื่อจริงคือ Yu Miyashita นักดนตรีชาวญี่ปุ่น ภาพทั้งหมดทำโดย Kynd หรือ Kenichi Yoneda ศิลปินที่เริ่มต้นจากการเขียนสีน้ำมันก่อนจะย้ายมาทำงานกับโค้ด
สิ่งที่ทำให้มันหยุดสายตาไม่ใช่ภาพ แต่เป็นกติกาที่คนทำตั้งขึ้นเองแล้วยอมถูกมันจำกัด
กฎสามข้อที่เขียนไว้ก่อนลงมือ
ก่อนเริ่มทำ Kynd ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าธีมของวิดีโอคือคณิตศาสตร์และเรขาคณิต คำนั้นแปลว่าอะไรกันแน่ในทางปฏิบัติ เพราะเกือบทุกอย่างในคอมพิวเตอร์เรียกว่านิยามด้วยคณิตศาสตร์ได้ทั้งนั้น ทั้งรูปหลายเหลี่ยม เส้นโค้งเบซิเยร์ หรือแม้แต่รูปร่างมั่วๆ ที่ย่อยเป็นคลื่นไซน์ด้วยการแปลงฟูริเยร์ได้

คำตอบของเขาคือเขียนกฎออกมาสามข้อ ข้อแรก ใช้เฉพาะฟังก์ชันพื้นฐานที่ให้ผลแน่นอน เช่น พหุนามและตรีโกณมิติ กับการวนซ้ำของมันในระนาบจำนวนเชิงซ้อน ห้ามปั้นรูปทรงด้วยมือ
ข้อสอง กระบวนการสร้างภาพต้องแน่นอนทั้งหมด ป้อนข้อมูลเสียงชุดเดิมเข้าไปต้องได้ภาพเดิมเป๊ะ และหลีกเลี่ยงฟังก์ชันสุ่มกับฟังก์ชัน noise ทุกชนิด ทั้งที่รู้ว่าความสุ่มในคอมพิวเตอร์เป็นแค่การสุ่มเทียมซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว เสียงจึงเป็นสิ่งเดียวในระบบที่ให้ค่าที่คาดเดาไม่ได้
ข้อสาม ลดการตัดสินใจตามใจให้เหลือน้อยที่สุด แปลว่าเลี่ยงการทำ keyframe เท่าที่ทำได้ ให้ความเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนฉากเกิดจากกฎง่ายๆ ที่เขียนไว้ล่วงหน้าแทน

เหตุผลที่เขาบอกไว้เอง
ในคำอธิบายโปรเจกต์มีประโยคหนึ่งที่พูดตรงกว่าที่คิด เขาเขียนว่าตั้งกฎพวกนี้เพื่อให้คำว่านิยามด้วยคณิตศาสตร์ยังซื่อสัตย์อยู่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนขออะไรก็ได้แล้วได้มันมาโดยไม่รู้ว่ามันถูกทำขึ้นมาอย่างไร
ประโยคนั้นไม่ได้ชี้นิ้วใส่ใคร แต่มันวางเส้นแบ่งไว้เงียบๆ ว่างานชิ้นนี้เลือกอยู่ฝั่งที่อธิบายตัวเองได้ทุกขั้น
เขายังยอมรับด้วยว่ากฎข้อสามทำตามแบบเคร่งครัดแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะการเลือกว่าจะใช้ฟังก์ชันไหน ใช้ตอนไหน และจะแปลงเสียงเป็นข้อมูลแบบใด ล้วนเป็นการตัดสินใจตามใจทั้งสิ้น การเขียนความล้มเหลวข้อนี้ลงไปด้วยคือส่วนที่ทำให้โปรเจกต์นี้ไว้ใจได้

เว็บที่เป็นบันทึก ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอ
Geom ไม่ได้จบที่วิดีโอ มันมีเว็บไซต์ประกอบที่แบ่งเป็นหน้าย่อยตามแต่ละส่วนของกระบวนการ ทั้งการวิเคราะห์เสียง รูปทรงแบบพารามิเตอร์ แสงและการเรนเดอร์ สภาพแวดล้อมที่ตอบสนองเสียง การมองเห็นเสียงหลายแทร็ก และการจัดองค์ประกอบ
แต่ละหน้ามีเดโมกดเล่นได้พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ที่โชว์กฎ ข้อมูล และสมการที่อยู่เบื้องหลังภาพตรงหน้า ภาพทั้งหมดวาดด้วยเชเดอร์ GLSL ใช้วิธี ray marching กับรูปทรงที่นิยามทางคณิตศาสตร์อย่าง scalar field และทั้งหมดรันบนเว็บ
คนทำบอกเองว่านี่ไม่ใช่ชิ้นงานสำเร็จรูปที่เอามาโชว์ แต่เป็นตัวบันทึกกระบวนการ เป็นสมุดบันทึกที่บังเอิญสวย

สิ่งที่หายากในงานสายนี้ไม่ใช่ความอลังการ แต่คือการยอมเปิดให้เห็นว่าทำไมภาพถึงออกมาแบบนี้ งาน generative art จำนวนมากพึ่ง noise เพราะมันให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในไม่กี่บรรทัด การตัดมันทิ้งเท่ากับตัดทางลัดที่ใช้กันจนเคยชิน
พออ่านงานของ Emily Xie ที่ใช้อัลกอริทึมเป็นพู่กัน เทียบกับที่นี่ จะเห็นว่าคำว่าเขียนงานด้วยโค้ดมีหลายท่าทีมาก บางคนใช้โค้ดเพื่อขยายมือ บางคนใช้เพื่อจำกัดมือตัวเอง

เสียงยังคงเป็นตัวแปรเดียวที่ควบคุมไม่ได้ในระบบทั้งหมดนี้ ทุกอย่างที่เหลือถูกล็อกไว้แล้ว และผลลัพธ์ก็ยังดูเหมือนมีลมหายใจ บางทีสิ่งที่เรียกว่าความบังเอิญในงานภาพ อาจไม่ได้มาจากการสุ่มตั้งแต่แรก
อ้างอิง: CreativeApplications.Net และเอกสารประกอบโปรเจกต์ Geom โดย Kynd
ช่องทางศิลปิน: kynd.info
Photo credit: Kynd (Kenichi Yoneda) และ Yaporigami จากโปรเจกต์ Geom via CreativeApplications.Net
ชวนดูของในเว็บ

FINAL V1 SD Holder Keychain (1-Slot) ของชิ้นเล็กที่ออกแบบจากข้อจำกัดเดียวคือขนาดของการ์ดหนึ่งใบ แล้วปล่อยให้รูปทรงตามมาทีหลัง
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด