เทศกาลดนตรีส่วนใหญ่มีของประจำตัวสักอย่าง มาสคอต ลายเส้น สัญลักษณ์ที่เอาไปแปะได้ทุกที่ ปีสุดท้ายของ Splendour Festival ที่นอตทิงแฮมไม่มีอะไรแบบนั้นเลย มีแค่ตัวอักษรอ้วนๆ ชุดหนึ่ง ดัดโค้ง ใส่เงา แล้วระบายสีให้จัดที่สุดเท่าที่จะจัดได้

ฟอนต์ตัวนั้นชื่อ Elephant ของโรงหล่อ Alias ในลอนดอน วาดโดย Gareth Hague ออกมาตั้งแต่ปี 1994 แปลว่ามันแก่กว่าตัวเทศกาลเองเสียอีก เพราะ Splendour เพิ่งจัดครั้งแรกเมื่อสิบแปดปีก่อน
งานปีนี้จัดที่ Wollaton Park วันที่ 18 กับ 19 กรกฎาคม หกเวที แล้วก็จบ ไม่มีปีหน้า
ฟอนต์ที่เริ่มจากโลโก้บริษัทหนัง
เรื่องของ Elephant เริ่มจากงานรับจ้างชิ้นเดียว Hague วาดโลโก้ให้บริษัทผลิตภาพยนตร์แห่งหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าตัวอักษรชุดนั้นมันไปต่อได้ เลยขยายจนครบชุด กลายเป็นฟอนต์ตัวแรกที่เขาทำเสร็จทั้งตัว

หน้าตาของมันยืมมาจากสองที่ที่ไม่น่าอยู่ด้วยกัน ด้านหนึ่งคือตัวพิมพ์ไม้เก่าแบบที่ใช้พิมพ์ใบปิดงานวัด อ้วน หนา เสียงดัง อีกด้านคือรูปทรงเรขาคณิต วงกลมกับเส้นตรงที่คุมให้มันเรียบร้อย ผลที่ได้คือตัวอักษรที่หนักแต่ไม่รก ขยายใหญ่แค่ไหนก็ยังอ่านออก
สองปีหลังจากนั้น Hague กับ David James ตั้ง Alias ขึ้นมา จุดเริ่มต้นของโรงหล่อนี้ไม่ใช่ห้องเรียนหรือโรงพิมพ์ แต่คืองานเลตเตอริงที่ทั้งคู่วาดให้ปกแผ่นเสียงและปกหนังสือ พูดง่ายๆ คือฟอนต์ของ Alias โตมากับกราฟิกดนตรีตั้งแต่แรก

ให้ตัวอักษรทำงานแทนทุกอย่าง
สิ่งที่ระบบภาพของ Splendour ทำคือเอา Elephant มาบิด ตัวอักษรถูกดัดให้ไหลไปตามเส้นโค้ง บางทีโค้งขึ้นเป็นสายรุ้ง บางทีโค้งลงเป็นท้องกระทะ แล้วใส่เงาทึบข้างหลังให้ตัวหนังสือดูลอยออกมา
วิธีนี้ทำให้เลย์เอาต์เดียวใช้ได้ทุกขนาด ตั้งแต่ตั๋วใบเล็กไปจนถึงกราฟิกหลังเวทีสูงเท่าตึก เพราะสิ่งที่ต้องอ่านมีอย่างเดียว คือชื่อ ส่วนตัวหนังสือรองอย่างเวลา เวที รายละเอียดตั๋ว ใช้ Brandon Grotesque ที่เรียบกว่ามาก คนละหน้าที่กันชัดเจน

เราชอบตรงที่มันไม่พยายามดูแพง สีที่ใช้เป็นสีตรงๆ ชมพู เหลือง ฟ้า เขียว วางชนกันแบบไม่กลัวขัดตา อารมณ์เดียวกับใบปิดคอนเสิร์ตที่แปะตามเสาไฟ ซึ่งตรงกับสิ่งที่งานนี้เป็นมาตลอด คือเทศกาลของเมือง ไม่ใช่งานที่บินมาจากที่อื่น

ที่สนุกอีกอย่างคือ Elephant ไม่ใช่ฟอนต์ที่ทำมาเพื่อเทศกาลนี้ ใครก็ซื้อไปใช้ได้ มันเคยไปอยู่บนปกอัลบั้ม บนหน้าปกนิตยสาร บนโปสเตอร์หนัง มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่พอเอามาบิดแบบนี้ ใส่สีแบบนี้ ซ้ำแบบนี้ทุกปี มันก็กลายเป็นของประจำงานไปโดยปริยาย ตัวอักษรที่ใครก็ใช้ได้ ถูกทำให้เป็นของเฉพาะด้วยวิธีใช้ ไม่ใช่ด้วยกรรมสิทธิ์

เรื่องกราฟิกของเทศกาลดนตรีเคยคุยกันไปแล้วรอบหนึ่งตอนที่ Coachella เอาป้ายโฆษณาริมทางมาทำเป็นตารางเวลา ซึ่งเป็นคนละวิธีคิดกันเลย ฝั่งนั้นเล่นกับสื่อและสถานที่ ฝั่งนี้เล่นกับตัวอักษรอย่างเดียวจนพอ

สิ่งที่ค้างอยู่คือ พอเทศกาลเลิกจัดแล้ว ระบบภาพชุดนี้จะเหลืออะไร ป้ายถูกรื้อ เวทีถูกเก็บ เว็บจะปิดเมื่อไหร่ก็ได้ ของที่จะอยู่ต่อจริงๆ น่าจะเป็นเสื้อในตู้คนที่ไป กับรูปถ่ายหน้าป้ายที่ยังอยู่ในโทรศัพท์ ตัวอักษรชุดหนึ่งกลายเป็นที่เก็บความทรงจำของคนทั้งเมืองไปแบบนั้น โดยที่ตอนวาดมันขึ้นมาเมื่อสามสิบปีก่อน คนวาดไม่มีทางรู้เลย
อ้างอิง: Fonts In Use, Alias, Splendour Festival
Photo credit: Splendour Festival via Fonts In Use
ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Creativity Tee ของที่อยู่ต่อหลังงานเลิกมักเป็นเสื้อสักตัวในตู้ ตัวนี้ก็เล่นกับตัวอักษรเหมือนกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


