หางเงือกที่เราคุ้นตามักเป็นเกล็ดสีรุ้ง เงาวับเหมือนอัญมณี แต่หางในภาพชุดนี้เป็นลายเขียวคาดดำหยักไปมา ลายเดียวกับหลังปลาแมคเคอเรลที่วางเรียงบนน้ำแข็งในตลาดเช้าริมท่าเรือ ปลาราคาไม่กี่ยูโรที่คนแถบเมดิเตอร์เรเนียนซื้อกลับบ้านทุกวัน ตำนานกับของธรรมดาเลยมานอนอยู่ในร่างเดียวกันตั้งแต่ยังไม่ทันอ่านชื่อภาพ

ในภาพมุมสูงภาพหนึ่ง สองร่างนอนแผ่บนหาดระหว่างโขดหินแกรนิตก้อนมหึมา น้ำในแอ่งใสจนเห็นก้นทราย ผิวของทั้งคู่เป็นสีแดดเผาอย่างคนที่อยู่กลางแจ้งมาทั้งฤดู ทุกอย่างเหมือนภาพถ่ายวันหยุดของใครสักคน ยกเว้นช่วงล่างของร่างที่กลายเป็นครีบพาดลงน้ำ

ชายเงือกสองตนนอนบนหาดระหว่างโขดหินแกรนิต หางลายปลาแมคเคอเรลพาดลงแอ่งน้ำใส
มุมสูงของแอ่งน้ำระหว่างโขดหิน แสงแดดตอนบ่ายในเนื้อดินสอสี

เจ้าของภาพคือ Antoine Bonnet นักวาดภาพประกอบและแอนิเมเตอร์จากเมือง Marseille เมืองท่าเก่าทางใต้ของฝรั่งเศส เขาทำงานให้สื่อ แบรนด์ และนิทรรศการ ควบคู่กันมาตลอด และใช้ชื่อ antenne.b เป็นบ้านหลังเล็กบนอินเทอร์เน็ต

กลางปีนี้เขาเพิ่งมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตชื่อ Tritons ที่ Galerie Kokanas ในเมืองเดียวกัน ชื่อชุดยืมมาจากไทรทัน บุตรแห่งโพไซดอนในตำนานกรีก ร่างท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นปลา และงานทั้งชุดวาดด้วยเทคนิคเดียวล้วนๆ คือดินสอสีบนกระดาษ ภาษาฝรั่งเศสเรียกเครื่องมือชนิดนี้ว่า crayon ซึ่งเป็นที่มาของคำที่ศิลปินใช้เรียกงานของตัวเอง

ชายเงือกว่ายน้ำกลางฝูงปลาลายดำขาวเหลือง หันหน้ากลับมามอง ในน้ำสีเขียวอมฟ้า
ฝูงปลาว่ายสวนทาง ลายบนตัวปลาสะท้อนลายบนหางของเขาเอง

ดินสอสีเป็นเครื่องมือที่ช้า แสงแดดใต้ผิวน้ำในภาพเหล่านี้ไม่ได้มาจากการปาดพู่กันครั้งเดียว แต่มาจากเส้นบางๆ นับพันที่ถมซ้อนกันทีละชั้น จนน้ำเริ่มโปร่งแสงและผิวคนเริ่มอุ่น ความอดทนแบบนี้ซ่อนอยู่ในทุกตารางนิ้วของกระดาษ และพอถอยออกมามองไกลๆ ภาพก็เนียนจนเกือบเหมือนภาพถ่าย ก่อนที่ระยะใกล้จะคืนร่องรอยของมือให้เห็นอีกครั้ง

ร่างในภาพไม่ใช่วีรบุรุษจากหน้าหนังสือตำนาน ผมสั้นธรรมดา บางคนมีรอยขีดข่วนจางๆ บนแผ่นหลัง ท่าทีระหว่างพวกเขาเบาและอ่อนโยน ในภาพหนึ่ง คนผมเข้มยกดาวทะเลสีแดงขึ้นชิดริมฝีปาก เหมือนกำลังกระซิบอะไรบางอย่างให้มันฟัง ข้างกันคือแผ่นหลังกว้างของอีกคนที่หันออกไปทางทะเล

ชายผมเข้มถือดาวทะเลสีแดงชิดริมฝีปาก ข้างชายผมทองที่หันหลังให้ มีรอยขีดข่วนบนแผ่นหลัง
ดาวทะเลถูกยกขึ้นใกล้ริมฝีปาก เหมือนบทสนทนาที่ไม่มีเสียง

ดาวทะเลตัวเดิมกลับมาอีกครั้งในภาพที่ใกล้ที่สุดของชุด คราวนี้ทาบอยู่บนใบหน้า ปิดตาข้างหนึ่งไว้ทั้งดวง ดวงตาข้างที่เหลือมองกลับมาตรงๆ นิ่งพอที่จะทำให้คนดูเป็นฝ่ายละสายตาก่อน

ใบหน้าชายผมทองระยะใกล้ มีดาวทะเลสีแดงห้าแฉกทาบปิดตาข้างหนึ่ง
ภาพที่ใกล้ที่สุดของชุด ดาวทะเลกลายเป็นหน้ากากครึ่งใบ

แล้วก็มีดาวอีกชนิดหนึ่ง ในภาพที่สองร่างดำดิ่งลงกลางทุ่งดาวสีทองที่ลอยขึ้นมาจากพื้นทราย มองแวบแรกเหมือนท้องฟ้ายามค่ำถูกพลิกกลับหัว ให้คนว่ายลงไปหาดวงดาวแทนที่จะแหงนมอง

ชายเงือกสองตนดำน้ำลงกลางดาวทะเลสีทองจำนวนมากที่ลอยขึ้นจากพื้นทราย
ทุ่งดาวใต้น้ำ ท้องฟ้ายามค่ำที่ถูกพลิกกลับหัว
ระยะใกล้ของศีรษะที่มุดลงกลางกลุ่มดาวทะเลสีทอง
เข้าไปใกล้อีกนิด เม็ดสีของดินสอยังเป็นเส้นอยู่บนผิวกระดาษ

สังเกตว่าปลาทุกตัวในชุดนี้ถูกวาดอย่างแม่นยำ ลายแต่ละแถบอยู่ถูกที่เหมือนเปิดจากหนังสือปลาทะเล ดาวเปราะพันรอบแขนในองศาที่มันพันของจริง ความแม่นทางธรรมชาติวิทยาแบบนี้ทำให้ส่วนที่เป็นตำนานยิ่งดูน่าเชื่อ งานของ Bonnet มักถูกอธิบายว่าเล่าตำนานผ่านสายตาของภาพยนตร์และภาพถ่าย ทุกภาพจึงเหมือนเฟรมที่ถูกดึงออกมาจากเรื่องที่ยาวกว่านั้น เราไม่รู้ว่าก่อนเฟรมนี้เกิดอะไรขึ้น และหลังจากนี้พวกเขาจะว่ายไปทางไหน

ชายเงือกผิวเข้มยิ้มกว้าง ยกแขนขึ้น มีปลาลายเหลืองว่ายวนรอบตัวและดาวเปราะเกาะบนแขน
รอยยิ้มเดียวของทั้งชุด ปลาลายเหลืองว่ายวนเหมือนรู้จักกันมานาน

ทะเลของ Bonnet ไม่มีพายุ ไม่มีเรือแตก ไม่มีเสียงเพลงล่อลวงกะลาสีเรือ มีแต่แดดบ่าย น้ำอุ่น และสิ่งมีชีวิตที่ดูสบายใจในร่างของตัวเอง บางทีนี่อาจเป็นเวอร์ชันของตำนานที่เราไม่ค่อยได้เห็น เวอร์ชันที่ไม่มีใครต้องแลกหางกับขา และไม่มีใครต้องขึ้นจากน้ำเลย ถ้าไม่อยากขึ้น

ชมผลงานของ Antoine Bonnet เพิ่มเติมได้ที่ Instagram @antenne.b