ลำเรือยาวไปตามผิวน้ำ ก่อนยกตัวขึ้นม้วนเป็นวงแล้ววกกลับลงมา งานของ Alex Chinneck ทำให้เราต้องมองซ้ำอยู่ตรงนี้ หัวกับท้ายยังดูเป็นเรือที่รู้จัก แต่ช่วงกลางดันทำตัวเหมือนรางรถไฟเหาะ ภาพไม่ได้ตัดต่อให้เรือโค้งเล่น ๆ มันเป็นประติมากรรมที่ติดตั้งอยู่ในคลองจริง

ศิลปินอังกฤษคนนี้ทำงานกับของที่เราเห็นจนชิน ทั้งเรือ ตู้โทรศัพท์ และตู้ไปรษณีย์ แล้วเปลี่ยนพฤติกรรมของมันเพียงจุดเดียว ของแข็งกลับบิดได้ ของตั้งตรงกลับผูกปมได้ เราจำได้ก่อนว่ามันคืออะไร แล้วค่อยรู้สึกว่าเดี๋ยวนะ มันอยู่ในสภาพนั้นได้ยังไง ความคุ้นตาจึงเป็นส่วนหนึ่งของงานพอ ๆ กับรูปทรงที่ผิดไป
เรือที่เลี้ยวขึ้นฟ้า แต่ยังอยู่ในคลองเดิม
The Industry เปิดตัวในปี 2024 บนคลอง Sheffield & Tinsley ในเมืองเชฟฟิลด์ วงโค้งของมันสูงหกเมตร ตัวงานทำจากเหล็กและอะลูมิเนียมรวมเก้าตัน ใช้สีแบบเรือคลองดั้งเดิม และตั้งชื่อตามเรือลำแรกที่แล่นผ่านคลองแห่งนี้เมื่อเปิดในปี 1819 รายละเอียดเหล่านี้ทำให้มันผูกอยู่กับสถานที่จริง ไม่ได้เป็นแค่รูปทรงประหลาดที่เอาไปวางตรงไหนก็ได้
มันเป็นงานติดตั้งอยู่กับที่ ไม่ใช่เรือสำหรับพาคนตีลังกา แต่การวางอยู่บนน้ำทำให้เราเผลออ่านมันเป็นพาหนะก่อนจะอ่านเป็นประติมากรรม ถ้าเปลี่ยนฐานเป็นแท่นขาว ความรู้สึกคงต่างออกไปมาก คลองยังทำหน้าที่เป็นคลอง ส่วนเรือลำนี้ขอทำอะไรที่เรือทั่วไปทำไม่ได้อยู่เงียบ ๆ

ในบทสัมภาษณ์กับ designboom Chinneck บอกว่าเขาชอบภาพลวงตาที่ทำให้วัสดุดูไหลหรืออ่อนตัวได้ เขาไม่ได้กำหนดให้วงโค้งแทนความหมายตายตัว ส่วนที่ต้องคิดหนักคือวิศวกรรม เพราะวัตถุสูงหกเมตรบนผิวน้ำต้องมั่นคง ทีมจึงต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านทางน้ำด้วย ความเบาที่เรารู้สึกจากภาพ มีโจทย์เรื่องน้ำหนักคอยรองรับอยู่จริง ๆ
บิดทั้งตู้ ไม่ได้บิดแค่เส้นรอบนอก
Wring Ring ที่ Assembly Bristol ใช้ตู้โทรศัพท์สีแดงเป็นจุดตั้งต้น ตัวตู้หมุนบิดจนแนวตั้งกลายเป็นเกลียว แต่ยังเหลือรูปทรงให้เราจำได้ว่าเป็นตู้โทรศัพท์ ความรู้สึกจึงไม่ได้หยุดที่การเจอวัตถุหน้าตาแปลก เราเผลอเอาประสบการณ์ที่เคยมีต่อตู้แบบนี้มาเทียบ ทั้งการเปิดประตู ยืนข้างใน หรือมองผ่านกระจก

ข้อมูลจากโครงการศิลปะสาธารณะของบริสตอลระบุว่าตู้ทำจากโลหะหล่อ และกระจกก็โค้งเป็นคลื่นไปตามรูปทรงบิดของมันด้วย จุดนี้ทำให้งานไปไกลกว่าการเปลี่ยนเงาด้านนอก เพราะส่วนที่เราคาดว่าจะเป็นแผ่นเรียบยังยอมบิดตามกันทั้งชุด ตอนกลางคืนตู้มีแสงสว่าง จึงเปลี่ยนวิธีปรากฏตัวตามเวลาโดยไม่ต้องขยับไปไหน
เรารู้ว่าโลหะกับกระจกไม่ได้อ่อนเหมือนผ้า แต่สายตาก็ยังพยายามอธิบายภาพด้วยท่าทางการบิดที่คุ้นเคยอยู่ดี ถ้ามองเป็นการออกแบบตัวละคร ตู้นี้แทบไม่ต้องเติมหน้าเลย แค่เปลี่ยนท่าทางของโครงเดิม มันก็มีอาการขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สีและประเภทของสิ่งของยังเป็นอย่างเดิม

ปมที่ทำให้ของริมทางกลับมาอยู่ในสายตา
Alphabetti Spaghetti เปลี่ยนตู้ไปรษณีย์ทรงกระบอกสีแดงให้ผูกปมกลางตัว งานรุ่นที่ Cheese Lane ในบริสตอลทำขึ้นเพื่อฉลองการเปิดทางเดินสาธารณะอีกครั้ง หลังปิดไปห้าสิบปี Chinneck ทำงานร่วมกับ Morris Singer Foundry เพื่อสร้างของที่ดูราวกับถูกดึงแล้วมัดด้วยมือ ทั้งที่วัสดุไม่ได้ยอมให้ทำอย่างนั้นง่าย ๆ

ปมทำให้สายตาเราค้างอยู่กลางตู้ ส่วนสีแดงยังช่วยยืนยันว่าไม่ได้จำวัตถุผิด ถ้าถอดสีและรายละเอียดคุ้นตาออก เราอาจเห็นเป็นประติมากรรมทรงขดชิ้นหนึ่ง แต่พอมันยังเป็นตู้ไปรษณีย์ ความผิดปกติก็ชัดขึ้นทันที งานจึงต้องเก็บของเดิมไว้มากพอ เพื่อให้จุดที่เปลี่ยนไปทำงานได้เต็มที่
วิธีนี้พอจะคุยกับงานของ Helga Stentzel ที่จัดเสื้อผ้าบนราวให้กลายเป็นสัตว์ ได้ ทั้งคู่ให้เราเริ่มจากของที่รู้จัก แล้วใช้การจัดรูปทรงเปลี่ยนวิธีอ่านภาพ สำหรับ Chinneck ระยะห่างระหว่างสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่วัสดุควรทำได้ กลายเป็นพื้นที่ให้เราใช้เวลามองต่ออีกนิด

พอดูสามชิ้นนี้ต่อกัน เราไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายเดียวมาครอบทุกปมและทุกวงโค้ง เรือยังเกี่ยวกับคลอง ตู้โทรศัพท์ยังอยู่กับทางเดิน และตู้ไปรษณีย์ยังมีสีที่จำได้จากถนน เขาเก็บโลกเดิมเอาไว้มากทีเดียว บางทีของที่เราคิดว่าเห็นจนหมดแล้ว อาจแค่ยังไม่เคยปรากฏตัวในท่าอื่น
ดูผลงานและโครงการอื่นของศิลปินได้ที่ เว็บไซต์ Alex Chinneck
อ้างอิง: ข้อมูล The Industry จาก E.ON · บทสัมภาษณ์ศิลปินกับ designboom · ข้อมูลผลงานที่ Assembly Bristol
Photo credit: Marc Wilmot / Alex Chinneck Studio ภาพจากเว็บไซต์ศิลปิน
งานสะสมจากร้านใน Portjolio
![งานสะสม [PRE-ORDER] THE SEEKER](https://api.portjolio.net/storage/v1/object/public/product-images/products/wp/28014094fd1598485399.webp)
[PRE-ORDER] THE SEEKER เป็นอีกชิ้นให้ลองมองต่อว่า รูปทรงของงานสะสมขนาดเล็กพาเราออกจากภาพที่คุ้นเคยได้อย่างไร
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


