หนวดสีแดงถูกขยายจนคนต้องเดินผ่านมัน ในงานของ Wang & Söderström อวัยวะเล็ก ๆ ที่แมลงใช้รับรู้รอบตัวกลายเป็นประติมากรรมในอาคารสภาแห่งสหภาพยุโรป พอมันมาอยู่ตรงนี้ เราเลยไม่ได้มองแค่รูปทรงประหลาด แต่เริ่มสงสัยว่าพื้นที่ซึ่งคนใช้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ มีวิธีรับฟังสิ่งที่อยู่ข้างนอกมากแค่ไหน

Anny Wang และ Tim Söderström เป็นคู่ศิลปินชาวสวีเดนที่ทำงานในโคเปนเฮเกน งานของทั้งสองข้ามไปมาระหว่างภาพดิจิทัล ประติมากรรม และพื้นที่ที่ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เรื่องที่ตามดูได้ตลอดคือความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี ธรรมชาติ และการรับรู้ของคน พวกเขามักเริ่มจากสิ่งที่ร่างกายเราพอเข้าใจ ก่อนพาไปเจอสิ่งที่ระบุชื่อไม่ค่อยถูก
หนวดแมลงในทางเดินของคน
27 Antennae เป็นงานปี 2025 สำหรับอาคาร Justus Lipsius ในบรัสเซลส์ ประกอบด้วยแผง 27 ชุด เท่ากับจำนวนประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในเวลานั้น รูปหนวดได้เค้าจากแมลงหลายชนิดในยุโรป แล้วถูกปั้นด้วยเครื่องมือดิจิทัลและพิมพ์สามมิติออกมา งานจัดแสดงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมปีนั้น ไม่ใช่นิทรรศการที่ยังเปิดอยู่ตอนนี้

วัสดุมีทั้งพลาสติกรีไซเคิล เส้นใยไม้ และแผงหญ้าทะเล สีแดงทำให้หนวดแต่ละชุดเด่นขึ้นมา ศิลปินอธิบายว่ามันสื่อถึงความเร่งด่วน ส่วนรูปร่างตั้งใจให้ค้างอยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิต เทคโนโลยี และร่องรอยจากอดีต เรามองออกว่าเป็นอวัยวะรับสัมผัส แต่ก็เผลอนึกถึงเสาอากาศได้เหมือนกัน
สำหรับเรา การเลือกใช้หนวดแทนดวงตาทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ดวงตามักทำให้คิดถึงการมองจากระยะห่าง แต่หนวดทำให้คิดถึงการเข้าใกล้ สำรวจ และรับสัญญาณจากสิ่งรอบตัว พอวางเรียงอยู่ข้างทางเดิน คนในอาคารจึงต้องใช้พื้นที่ร่วมกับรูปทรงของสิ่งมีชีวิตที่ปกติอาจเดินผ่านโดยไม่เห็นเลย

มดหนึ่งตัวเปลี่ยนทางของทั้งกลุ่มได้
อีกชิ้นในโครงการเดียวกันคือ Superorganism งานพิมพ์บนผ้าร่วมกับกล่องไฟแอลอีดี ขนาด 16 คูณ 3 เมตร ติดตั้งในอาคาร Europa ภาพแสดงขบวนมดกำลังขนสิ่งต่าง ๆ จากโลกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาอยู่ในภูมิทัศน์สมมติ ทั้งสองใช้การปั้นดิจิทัลสร้างภาพก่อนนำมันกลับมาครองพื้นที่จริงขนาดใหญ่

คำอธิบายงานพูดถึงระบบที่เกิดจากการตอบสนองกันในระดับย่อย มดแต่ละตัวติดต่อและหาเส้นทางด้วยหนวด ส่วนพฤติกรรมซับซ้อนของฝูงค่อย ๆ เกิดจากปฏิสัมพันธ์เหล่านั้น ศิลปินยกภาพมดตัวหนึ่งที่ออกนอกทางแล้วพบอาหารใหม่ เพื่อชี้ว่าการเปลี่ยนเล็ก ๆ อาจเปลี่ยนทิศทางของเครือข่ายทั้งหมดได้
เมื่อนำภาพนี้มาอยู่ในอาคารที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและการตัดสินใจ มันเลยชวนให้เรามองคนตัวเล็กในระบบด้วย คนที่ไม่ได้ยืนหัวแถวอาจรับรู้บางอย่างก่อนคนอื่นก็ได้ นี่เป็นข้อคิดที่เราอ่านจากการวางงานในสถานที่นี้ มากกว่าจะเป็นคำตอบสำเร็จรูปเรื่องการเมืองจากภาพมดเพียงภาพเดียว

กลับมาที่โต๊ะซึ่งมีคนอื่นอยู่ด้วย
คำถามเรื่องการรับรู้ยังตามมาใน The Liminal Eatery II ปี 2025 คราวนี้ผู้ชมเข้าไปพบตัวละครดิจิทัลที่โต้ตอบได้ ศิลปินเปิดให้ตีความพวกมันได้ทั้งในฐานะเพื่อนและสิ่งที่กำลังเฝ้าดูเรา โต๊ะถูกออกแบบเป็นส่วน ๆ ที่ต่อเพิ่มให้ยาวขึ้นได้ และส่วนประกอบของงานใช้การพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุทั้งสังเคราะห์และอินทรีย์
โต๊ะอาหารเป็นจุดเริ่มที่เข้าใจง่าย เพราะเวลาเรานั่งร่วมโต๊ะกัน การเจอกันไม่ได้มีแค่ภาพใบหน้าหรือเสียงพูด ยังมีระยะห่าง กลิ่น และการรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อกิจกรรมเหล่านี้ย้ายไปอยู่ในระบบดิจิทัล ศิลปินจึงถามว่าคุณสมบัติแบบมนุษย์อะไรหายไประหว่างทาง
มุมนี้ต่อกับงานของ teamLab ที่ให้การแตะจอเปลี่ยนภาพ ตรงที่ผู้ชมมีส่วนทำให้ประสบการณ์เกิดขึ้น สำหรับ Wang & Söderström เราว่าจุดที่ชวนหยุดอยู่ต่อคือความไม่แน่ใจ ตัวละครที่ตอบสนองเราได้กำลังเป็นเพื่อน หรือแค่เก็บข้อมูลเราเก่งขึ้น การได้คำตอบกลับมาเร็วไม่ได้แปลว่าเรารู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นเสมอไป
จากหนวดแมลงไปถึงโต๊ะอาหาร ทั้งสองเลือกให้เทคโนโลยีมีรูปร่างที่คนอยากเข้าใกล้ก่อน แล้วค่อยทิ้งคำถามไว้ตรงระยะนั้น บางทีสิ่งที่เรายังต้องฝึกอาจเป็นการสังเกตว่า ขณะที่เราส่งสัญญาณออกไปตลอดวัน เราเหลือพื้นที่รับฟังอะไรกลับมาบ้าง
ช่องทางศิลปิน: Wang & Söderström
อ้างอิง: ข้อมูลผลงาน 27 Antennae, Superorganism และ The Liminal Eatery II จากเว็บไซต์ศิลปินตามลิงก์ในบทความ
Photo credit: EU Council + Wang & Söderström ผ่านเว็บไซต์ศิลปิน ภาพสินค้า: Workspace
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup เป็นของใช้เล็ก ๆ ที่พาเรื่องการรับรู้กลับมาสู่มือเรา ผ่านจังหวะยกถ้วยขึ้นดื่มระหว่างนั่งร่วมโต๊ะกับใครสักคน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


