เชือกรองเท้าร้อยอยู่บนกล้วยทั้งเปลือก พอเห็นแบบนี้ เราก็เผลอมองหาช่องสอดเท้าก่อนจะนึกได้ว่ามันเป็นผลไม้ งานของ Martin Roller จับของสองอย่างที่เราแทบไม่เคยคิดถึงพร้อมกันมาวางทับหน้าที่กัน ความขำเกิดเร็วมาก แต่พอมองต่ออีกนิด คำถามก็เปลี่ยนจากคิดได้ยังไง เป็นเขาประกอบมันขึ้นมาได้ยังไงมากกว่า

Roller เป็นศิลปินและช่างภาพที่ทำงานอยู่ในเบอร์ลิน ในเว็บไซต์เขาอธิบายว่าการทำภาพหนึ่งใบต้องสลับหน้าที่หลายรอบ ตั้งแต่คนสร้างวัตถุ คนจัดฉาก ช่างภาพ ไปจนถึงคนปรับภาพในคอมพิวเตอร์ ภาพที่ดูเหมือนเอารูปมาตัดแปะจึงมีงานประกอบด้วยมืออยู่ก่อนหน้าการกดชัตเตอร์ด้วย
รองเท้าที่เท้ายังเข้าไปไม่ถึง
ลองมองรองเท้ากล้วยโดยไม่รีบหาความหมาย เปลือกยังทำหน้าที่บอกว่าเป็นกล้วย ส่วนเชือกก็ทำหน้าที่บอกว่าเป็นรองเท้า ไม่มีฝ่ายไหนหายไป เราเลยอ่านมันได้สองทางในคราวเดียว ถ้าหุ้มจนไม่เหลือผิวกล้วย ภาพก็คงกลายเป็นรองเท้าทรงแปลกคู่หนึ่ง และความรู้สึกติดขัดเล็ก ๆ ตรงนี้จะหายตามไป
เชือกเป็นรายละเอียดเล็กเมื่อเทียบกับตัวผลไม้ แต่กลับมีน้ำหนักมากในการจำของ เราไม่ได้ต้องเห็นพื้นรองเท้าหรือกล่องรองเท้าครบชุดถึงจะเข้าใจ ภาพนี้เลยทำให้รู้ว่า บางครั้งเราตัดสินว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรจากชิ้นส่วนไม่กี่ชิ้นจริง ๆ

พอเปลี่ยนจากกล้วยเป็นซาลามี ความรู้สึกก็เปลี่ยน แม้จะยังเล่นกับรองเท้าเหมือนกัน อาหารที่ควรอยู่บนจานกลับมาอยู่ในรูปของที่ควรติดพื้น เรารู้จักทั้งสองอย่างดีเกินกว่าจะมองผ่านไปเฉย ๆ อันนี้เราคิดเอาเองจากการดูภาพนะ ศิลปินไม่ได้บอกไว้

ส้มที่ยังเป็นส้ม แม้จะกลายเป็นโลก
อีกชิ้นคือ Orangenwelt หรือลูกโลกส้ม รูปทรงกลมช่วยให้การเปลี่ยนหน้าที่เกิดขึ้นได้ทันที แต่ผิวผลไม้ก็ยังไม่ยอมให้เราลืมว่ากำลังดูอะไรอยู่ พอมองเป็นโลก รอยบนผิวก็กลายเป็นสิ่งที่สายตาเริ่มไล่อ่าน พอมองเป็นส้ม เราก็กลับไปนึกถึงขนาดที่ถืออยู่ในมือได้

เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเชื่อภาพทางไหน ความสนุกอยู่ตรงที่มันสลับไปมาได้ตลอด งานประเภทนี้จึงไม่ต้องอาศัยวัตถุหายาก ยิ่งเป็นของที่เจอบ่อย เรายิ่งจับได้เร็วว่ามีอะไรเปลี่ยนไป และความเปลี่ยนแปลงเล็กนิดเดียวก็ทำให้ของทั้งชิ้นดูผิดที่ผิดทางขึ้นมา
Roller อธิบายว่าของที่นำมารวมกันต้องเข้ากันได้ในแง่ขนาด เขาให้ความสำคัญกับการสร้างวัตถุจริง แม้ภาพปลายทางจะชวนให้นึกถึงภาพตัดต่อก็ตาม ข้อจำกัดนี้ทำให้ความเพี้ยนของงานยังมีส่วนที่เราพอเชื่อได้อยู่ มันดูเหมือนของที่อาจตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า เพียงแต่เราคงไม่รู้ว่าจะหยิบไปใช้ทำอะไร แตงกวาดองสี่ลูกที่นอนอยู่ในแท่นชาร์จถ่านก็เป็นแบบนั้น ขนาดมันพอดีช่องจนเราเกือบเชื่อว่าเสียบปลั๊กแล้วไฟจะขึ้น

ของเดิมยังต้องจำได้
ใน Brotlabyrinth ขนมปังกลายเป็นเขาวงกต พอเห็นทางเดิน เราก็เริ่มมองหาทางออกโดยอัตโนมัติ ทั้งที่วัตถุตรงหน้ายังเป็นอาหาร การเปลี่ยนผิวขนมปังให้เป็นพื้นที่แบบนี้ไม่ได้เพิ่มแค่หน้าตา มันเพิ่มสิ่งที่เราทำกับภาพ จากมองว่ากินได้ไหม เป็นลองเดินด้วยสายตาดูสักรอบ

การเก็บหน้าตาเดิมของของไว้ให้อ่านออก ยังทำให้นึกถึงก้อนหินวาดฉลากของ Elizabeth Saloka เราจำวัตถุจากรูปทรง สี และรายละเอียดบางจุดได้เร็ว จนบางครั้งลืมตรวจว่ามันทำจากอะไร พอศิลปินเปลี่ยนวัสดุหรือหน้าที่ ความคุ้นเคยที่เคยช่วยให้มองเร็วก็กลับทำให้ต้องหยุดดู
สำหรับเรา ภาพเหล่านี้ทิ้งเรื่องเล็ก ๆ ไว้มากกว่ามุกอาหารหน้าตาประหลาด ของบนโต๊ะอาจมีรูปทรงอีกแบบอยู่แล้ว เพียงแต่เราเคยชินกับชื่อและวิธีใช้มันมากเสียจนไม่ได้ลองมองอย่างอื่น
ผลงานและวิธีทำงานของศิลปินอยู่ที่ Martin Roller · Food Art และหน้า About
อ้างอิง: เว็บไซต์ Martin Roller หน้า Food Art และ About · การอ่านรายละเอียดของผลงานเป็นมุมมองของผู้เขียน
Photo credit: Martin Roller · ภาพแรกผ่าน Museum TV ภาพอื่นจากเว็บไซต์ศิลปิน
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Daisy Dot Plate เป็นจานอีกใบที่พาเรากลับมามองของใช้บนโต๊ะอาหาร หลังจากเห็นอาหารออกไปทำหน้าที่อื่นอยู่หลายภาพ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


